หะดีษเลขที่ 98
จะไม่ให้ฉันรักที่จะเป็นบ่าวที่ขอบคุณ (ต่ออัลลอฮฺ) หรือ?
عَنْ عَائِشَةَ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهَا أَنَّ النَّبِيَّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ كَانَ يَقُومُ مِنَ اللَّيْلِ حَتَّىٰ تَتَفَطَّرَ قَدَمَاهُ، فَقُلْتُ لَهُ : لِمَ تَصْنَعُ هَذَا يَا رَسُولَ اللَّهِ ، وَقَدْ غَفَرَ اللَّهُ لَكَ مَا تَقَدَّمَ مِنْ ذَنْبِكَ وَمَا تَأَخَّرَ؟ قَالَ : { أَفَلَا أُحِبُّ أَنْ أَكُونَ عَبْدًا شَكُورًا؟ } مُتَّفَقٌ عَلَيْهِ. هَذَا لَفْظُ الْبُخَارِيِّ، وَنَحْوُهُ فِي الصَّحِيحَيْنِ مِنْ رِوَايَةِ الْمُغِيرَةِ بْنِ شُعْبَةَ.
รายงานจากท่านอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา ว่า : แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เคยยืนละหมาดในเวลากลางคืน จนกระทั่งเท้าของท่านบวมแตก ฉันจึงถามท่านว่า "ทำไมท่านต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ทั้ง ๆ ที่อัลลอฮฺได้ทรงอภัยโทษบาปของท่านไปแล้ว ทั้งที่ผ่านมาและที่จะเกิดขึ้นภายหลัง?" ท่านตอบว่า "จะไม่ให้ฉันรักที่จะเป็นบ่าวที่ขอบคุณ (ต่ออัลลอฮฺ) หรือ?"(บันทึกโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม, สำนวนนี้เป็นของอัลบุคอรีย์ และมีรายงานคล้ายคลึงกันในเศาะฮีหฺทั้งหลาย จากรายงานของท่านอัลมุฆีเราะฮฺ บินชุอฺบะฮฺ)
สถานะหะดีษ : เศาะฮีหฺ
