หะดีษที่
6615
ตัวบทอาหรับ
حَدَّثَنَا مُحَمَّدُ بْنُ سِنَانٍ حَدَّثَنَا فُلَيْحٌ حَدَّثَنَا عَبْدَةُ بْنُ أَبِي لُبَابَةَ عَنْ وَرَّادٍ مَوْلَى الْمُغِيرَةِ بْنِ شُعْبَةَ قَالَ : كَتَبَ مُعَاوِيَةُ إِلَى الْمُغِيرَةِ : اكْتُبْ إِلَىَّ مَا سَمِعْتَ النَّبِيَّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَقُولُ خَلْفَ الصَّلاَةِ، فَأَمْلَى عَلَىَّ الْمُغِيرَةُ قَالَ : سَمِعْتُ النَّبِيَّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَقُولُ خَلْفَ الصَّلاَةِ لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللَّهُ، وَحْدَهُ لاَ شَرِيكَ لَهُ، اللَّهُمَّ لاَ مَانِعَ لِمَا أَعْطَيْتَ، وَلاَ مُعْطِيَ لِمَا مَنَعْتَ، وَلاَ يَنْفَعُ ذَا الْجَدِّ مِنْكَ الْجَدُّ
وَقَالَ ابْنُ جُرَيْجٍ : أَخْبَرَنِي عَبْدَةُ : أَنَّ وَرَّادًا أَخْبَرَهُ بِهَذَا، ثُمَّ وَفَدْتُ بَعْدُ إِلَى مُعَاوِيَةَ فَسَمِعْتُهُ يَأْمُرُ النَّاسَ بِذَلِكَ الْقَوْلِ
คำแปลภาษาไทย
มุฮัมหมัด บินสินาน ได้รายงานแก่พวกเราว่า ฟุลัยหฺได้รายงานแก่พวกเราว่า อับดะฮฺ บินอบูลุบาบะฮฺ ได้รายงานแก่พวกเรา จากวัรร็อด อดีตทาสของท่านอัลมุฆีเราะฮฺ บินชุอฺบะฮฺ กล่าวว่า : ท่านมุอาวิยะฮฺได้เขียนจดหมายไปยังท่านอัลมุฆีเราะฮฺ ว่า "จงเขียนมาให้ฉัน สิ่งที่ท่านเคยฟังท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวหลังละหมาด" ท่านอัลมุฆีเราะฮฺก็ได้สั่งให้ฉันเขียนว่า : ฉันเคยฟังท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวหลังละหมาดทุกครั้งเมื่อให้สลาม ว่า "ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ วะฮฺดะฮู ลาชะรีกะละฮฺ, ละฮุลมุลกุ วะละฮุลหัมดุ, วะฮุวะ อะลา กุลลิ ชัยอิน เกาะดีร, อัลลอฮุมมะ ลามานิอะ ลิมา อะอฺฏ็อยตะ วะลามุอฺฏิยะ ลิมามะนะอฺตะ, วะลายันฟะอุ ซัลญัดดิ มินกัลญัด (ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺเพียงผู้เดียว ไม่มีภาคีใด ๆ สำหรับพระองค์, อำนาจการครอบครองเป็นของพระองค์ และมวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของพระองค์ และพระองค์ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่ง, โอ้อัลลอฮฺ ไม่มีผู้ใดสามารถยับยั้งสิ่งที่พระองค์ประทานให้ได้ และไม่มีผู้ใดสามารถให้ในสิ่งที่พระองค์ทรงยับยั้งไว้ และความมั่งคั่งของผู้มั่งคั่งนั้นไม่อาจอำนวยประโยชน์ใด ๆ (ให้รอดพ้นจากการลงโทษของพระองค์) ได้)"
และอิบนุญุร็อยจญ์ได้กล่าวว่า อับดะฮฺได้บอกเล่าแก่ฉันว่า วัรรอดได้บอกเล่าเรื่องนี้แก่เขา, หลังจากนั้นฉันได้เดินทางไปหาท่านมุอาวิยะฮฺ แล้วฉันก็ได้ยินท่านสั่งให้ผู้คนกล่าวคำกล่าวนั้น
