หะดีษเลขที่ 200
หน้าที่ของผู้ศรัทธาต่อผู้ศรัทธาด้วยกัน คือการรักษาความไว้วางใจเมื่อมีการทำธุรกิจร่วมกัน
عَنْ حُذَيْفَةَ بْنِ الْيَمَانِ رَضِيَ اللهُ عَنْهُ قَالَ : حَدَّثَنَا رَسُولُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ حَدِيثَيْنِ قَدْ رَأَيْتُ أَحَدَهُمَا، وَأَنَا أَنْتَظِرُ الْآخَرَ : حَدَّثَنَا أَنَّ الْأَمَانَةَ نَزَلَتْ فِي جَذْرِ قُلُوبِ الرِّجَالِ، ثُمَّ نَزَلَ الْقُرْآنُ فَعَلِمُوا مِنَ الْقُرْآنِ، وَعَلِمُوا مِنَ السُّنَّةِ، ثُمَّ حَدَّثَنَا عَنْ رَفْعِ الْأَمَانَةِ، فَقَالَ { يَنَامُ الرَّجُلُ النَّوْمَةَ فَتُقْبَضُ الْأَمَانَةُ مِنْ قَلْبِهِ، فَيَظَلُّ أَثَرُهَا مِثْلَ الْوَكْتِ، ثُمَّ يَنَامُ النَّوْمَةَ فَتُقْبَضُ الْأَمَانَةُ مِنْ قَلْبِهِ، فَيَظَلُّ أَثَرُهَا مِثْلَ أَثَرِ الْمَجْلِ، كَجَمْرٍ دَحْرَجْتَهُ عَلَى رِجْلِكَ فَنَفِطَ، فَتَرَاهُ مُنْتَبِرًا وَلَيْسَ فِيهِ شَيْءٌ } ثُمَّ أَخَذَ حَصَاةً فَدَحْرَجَهُ عَلَى رِجْلِهِ { فَيُصْبِحُ النَّاسُ يَتَبَايَعُونَ، فَلَا يَكَادُ أَحَدٌ يُؤَدِّي الْأَمَانَةَ حَتَّى يُقَالَ : إِنَّ فِي بَنِي فُلَانٍ رَجُلًا أَمِينًا، حَتَّى يُقَالَ لِلرَّجُلِ : مَا أَجْلَدَهُ! مَا أَظْرَفَهُ! مَا أَعْقَلَهُ! وَمَا فِي قَلْبِهِ مِثْقَالُ حَبَّةٍ مِنْ خَرْدَلٍ مِنْ إِيمَانٍ. وَلَقَدْ أَتَى عَلَيَّ زَمَانٌ وَمَا أُبَالِي أَيُّكُمْ بَايَعْتُ، لَئِنْ كَانَ مُسْلِمًا لَيَرُدَّنَّهُ عَلَيَّ دِينُهُ، وَلَئِنْ كَانَ نَصْرَانِيًّا أَوْ يَهُودِيًّا لَيَرُدَّنَّهُ عَلَيَّ سَاعِيهِ، وَأَمَّا الْيَوْمَ فَمَا كُنْتُ أُبَايِعُ مِنْكُمْ إِلَّا فُلَانًا وَفُلَانًا } مُتَّفَقٌ عَلَيْهِ.
รายงานจากท่านหุซัยฟะฮฺ บินอัลยะมาน เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า : ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้บอกเล่าแก่พวกเราสองเรื่อง ซึ่งฉันได้เห็นมาแล้วหนึ่งเรื่อง และฉันกำลังรอคอยอีกหนึ่งเรื่อง ท่านได้บอกเล่าแก่พวกเราว่า : อะมานะฮฺ (ความซื่อสัตย์, ความรับผิดชอบ) ได้ถูกประทานลงมายังส่วนลึกของหัวใจมนุษย์ ต่อมาอัลกุรอานก็ถูกประทานลงมา พวกเขาจึงได้เรียนรู้จากอัลกุรอานและเรียนรู้จากสุนนะฮฺ หลังจากนั้นท่านก็ได้บอกเล่าแก่พวกเราถึงการถูกถอดถอนไปของอะมานะฮฺ โดยท่านได้กล่าวว่า "ชายคนหนึ่งนอนหลับไป แล้วอะมานะฮฺก็ถูกยึดไปจากหัวใจของเขา จนเหลือร่องรอยไว้เหมือนจุดเล็ก ๆ ต่อมาเขาก็นอนหลับไปอีกครั้ง แล้วอะมานะฮฺก็ถูกยึดไปอีก จนเหลือร่องรอยไว้เพียงเหมือยรอยพอง เหมือนกับถ่านเพลิงที่ท่านกลิ้งมันบนเท้าของท่านแล้วมันก็พองขึ้น ท่านจะเห็นมันนูนขึ้นมาแต่ข้างในนั้นไม่มีอะไรเลย" จากนั้นท่าน (นบีหรือท่านหุซัยฟะฮฺ) ก็หยิบลูกหินขึ้นมาแล้วกลิ้งไปบนเท้าของท่าน (แล้วท่านนบีก็กล่าวต่อว่า) "กระทั่งเมื่อผู้คนตื่นขึ้นมาค้าขาย ก็แทบจะไม่มีใครเลยที่รักษาอะมานะฮฺ กระทั่งมีการพูดกันว่า 'แท้จริงในตระกูลนั้นมีชายผู้ซื่อสัตย์อยู่คนหนึ่งนะ' จนกระทั่งมีการพูดถึงชายคนหนึ่งว่า 'เขาช่างเข้มแข็งอะไรอย่างนี้! เขาช่างเฉลียวฉลาดอะไรอย่างนี้! เขาช่างมีสติปัญญาที่ดีอะไรอย่างนี้!' ทั้งที่ในหัวใจของเขานั้นไม่มีศรัทธาหลงเหลืออยู่เลยแม้เพียงเศษเสี้ยวของเมล็ดผักกาด และแท้จริงแล้วเคยมีช่วงเวลาหนึ่งที่ฉันไม่ได้สนใจเลยว่า ฉันจะทำการค้าขายกับใครในหมู่พวกท่าน หากเขาเป็นมุสลิม ศาสนาของเขาก็จะทำให้เขาคืนสิทธิให้แก่ฉัน และหากเขาเป็นคริสต์หรือยิว ผู้ปกครองของเขาก็จะทำให้เขาคืนสิทธิให้แก่ฉัน แต่ในวันนี้ฉันจะไม่ค้าขายกับใครในหมู่พวกท่าน ยกเว้นคนนั้นและคนนี้ (เฉพาะบางคนเท่านั้น)"
(บันทึกโดย บุคอรีและมุสลิม)
สถานะหะดีษ : เศาะฮีหฺ
