หะดีษที่
29
عَنْ أَبِي زَيْدٍ أُسَامَةَ بْنِ زَيْدِ بْنِ حَارِثَةَ مَوْلَىٰ رَسُولِ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ وَحِبِّهِ وَابْنِ حِبِّهِ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُمَا قَالَ : أَرْسَلَتْ بِنْتُ النَّبِيِّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ : إِنَّ ابْنِي قَدِ احْتُضِرَ فَاشْهَدْنَا، فَأَرْسَلَ يُقْرِئُ السَّلَامَ وَيَقُولُ { إِنَّ لِلَّهِ مَا أَخَذَ ، وَلَهُ مَا أَعْطَى ، وَكُلُّ شَيْءٍ عِنْدَهُ بِأَجَلٍ مُسَمًّى ، فَلْتَصْبِرْ وَلْتَحْتَسِبْ } . فَأَرْسَلَتْ إِلَيْهِ تُقْسِمُ عَلَيْهِ لَيَأْتِيَنَّهَا. فَقَامَ وَمَعَهُ سَعْدُ بْنُ عُبَادَةَ، وَمُعَاذُ بْنُ جَبَلٍ، وَأُبَـيُّ بْنُ كَعْبٍ، وَزَيْدُ بْنُ ثَابِتٍ، وَرِجَالٌ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُمْ، فَرُفِعَ إِلَىٰ رَسُولِ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ الصَّبِيُّ، فَأَقْعَدَهُ فِي حِجْرِهِ، وَنَفْسُهُ تَقَعْقَعُ، فَفَاضَتْ عَيْنَاهُ، فَقَالَ سَعْدٌ : يَا رَسُولَ اللَّهِ مَا هَذَا ؟ فَقَالَ { هَذِهِ رَحْمَةٌ جَعَلَهَا اللَّهُ تَعَالَىٰ فِي قُلُوبِ عِبَادِهِ } . وَفِي رِوَايَةٍ { فِي قُلُوبِ مَنْ شَاءَ مِنْ عِبَادِهِ ، وَإِنَّمَا يَرْحَمُ اللَّهُ مِنْ عِبَادِهِ الرُّحَمَاءَ } مُتَّفَقٌ عَلَيْهِ
รายงานจากท่านอบูซัยดฺ อุสามะฮฺ บินซัยดฺ บินหาริษะฮฺ อดีตทาสรับใช้ของท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม และผู้เป็นที่รักของท่าน และลูชายของผู้เป็นที่รักของท่าน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า : ลูกสาวของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม (หมายถึง ท่านหญิงซัยนับ) ได้ส่งคนมา (หาท่านนบี โดยฝากบอกว่า) “แท้จริงลูกชายของหนูกำลังจะสิ้นใจ ขอให้ท่านมาหาพวกเราด้วยเถิด” ท่านนบีก็ได้ส่งคนไปฝากสลามและกล่าวว่า “แท้จริงสิ่งที่อัลลอฮฺเอาไปเป็นของพระองค์ และสิ่งที่พระองค์ให้ก็เป็นของพระองค์ และทุกสิ่ง ...
อ่านทั้งหมด
บทที่ 3 : ความอดทนต่อเคราะห์กรรม
หะดีษที่
30
وَعَنْ صُهَيْبٍ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ أَنَّ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ { كَانَ مَلِكٌ فِيمَنْ قَبْلَكُمْ، وَكَانَ لَهُ سَاحِرٌ، فَلَمَّا كَبِرَ قَالَ لِلْمَلِكِ : إِنِّي قَدْ كَبِرْتُ فَابْعَثْ إِلَيَّ غُلَامًا أُعَلِّمْهُ السِّحْرَ؟، فَبَعَثَ إِلَيْهِ غُلَامًا يُعَلِّمُهُ، وَكَانَ فِي طَرِيقِهِ إِذَا سَلَكَ رَاهِبٌ، فَقَعَدَ إِلَيْهِ وَسَمِعَ كَلَامَهُ فَأَعْجَبَهُ، وَكَانَ إِذَا أَتَى السَّاحِرَ مَرَّ بِالرَّاهِبِ وَقَعَدَ إِلَيْهِ، فَإِذَا أَتَى السَّاحِرَ ضَرَبَهُ، فَشَكَا ذَلِكَ إِلَى الرَّاهِبِ، فَقَالَ: إِذَا خَشِيتَ السَّاحِرَ فَقُلْ : حَبَسَنِي أَهْلِي، وَإِذَا خَشِيتَ أَهْلَكَ فَقُلْ : حَبَسَنِي السَّاحِرُ،
فَبَيْنَمَا هُوَ عَلَىٰ ذَلِكَ إِذْ أَتَى عَلَىٰ دَابَّةٍ عَظِيمَةٍ قَدْ حَبَسَتِ النَّاسَ، فَقَالَ : الْيَوْمَ أَعْلَمُ السَّاحِرُ أَفْضَلُ أَمِ الرَّاهِبُ أَفْضَلُ ؟ فَأَخَذَ حَجَرًا، فَقَالَ : اللَّهُمَّ إِنْ كَانَ أَمْرُ الرَّاهِبِ أَحَبَّ إِلَيْكَ مِنْ أَمْرِ السَّاحِرِ فَاقْتُلْ هَذِهِ الدَّابَّةَ حَتَّىٰ يَمْضِيَ النَّاسُ، فَرَمَاهَا فَقَتَلَهَا وَمَضَى النَّاسُ، فَأَتَى الرَّاهِبَ فَأَخْبَرَهُ، فَقَالَ لَهُ الرَّاهِبُ : أَيْ بُنَيَّ! أَنْتَ الْيَوْمَ أَفْضَلُ مِنِّي، قَدْ بَلَغَ مِنْ أَمْرِكَ مَا أَرَى، وَإِنَّكَ سَتُبْتَلَى، فَإِنِ ابْتُلِيتَ فَلَا تَدُلَّ عَلَيَّ. وَكَانَ الْغُلَامُ يُبْرِىءُ الْأَكْمَهَ وَالْأَبْرَصَ، وَيُدَاوِي النَّاسَ مِنْ سَائِرِ الْأَدْوَاءِ،
فَسَمِعَ جَلِيسٌ لِلْمَلِكِ كَانَ قَدْ عَمِيَ، فَأَتَاهُ بِهَدَايَا كَثِيرَةٍ، فَقَالَ : مَا هَاهُنَا لَكَ أَجْمَعُ إِنْ أَنْتَ شَفَيْتَنِي، فَقَالَ : إِنِّي لَا أَشْفِي أَحَدًا، إِنَّمَا يَشْفِي اللَّهُ تَعَالَى، فَإِنْ آمَنْتَ بِاللَّهِ تَعَالَىٰ دَعَوْتُ اللَّهَ فَشَفَاكَ، فآمَنَ بِاللَّهِ تَعَالَىٰ فَشَفَاهُ اللَّهُ تَعَالَى، فَأَتَى الْمَلِكَ فَجَلَسَ إِلَيْهِ كَمَا كَانَ يَجْلِسُ فَقَالَ لَهُ الْمَلِكُ : مَنْ رَدَّ عَلَيْكَ بَصَرَكَ؟، قَالَ: رَبِّي، قَالَ : وَلَكَ رَبٌّ غَيْرِي؟!، قَالَ : رَبِّي وَرَبُّكَ اللَّهُ، فَأَخَذَهُ فَلَمْ يَزَلْ يُعَذِّبُهُ حَتَّىٰ دَلَّ عَلَى الْغُلَامِ، فَجِيءَ بِالْغُلَامِ، فَقَالَ لَهُ الْمَلِكُ : أَيْ بُنَيَّ! قَدْ بَلَغَ مِنْ سِحْرِكَ مَا تُبْرِىءُ الْأَكْمَهَ وَالْأَبْرَصَ، وَتَفْعَلُ وَتَفْعَلُ، فَقَالَ : إِنِّي لَا أَشْفِي أَحَدًا، إِنَّمَا يَشْفِي اللَّهُ تَعَالَى، فَأَخَذَهُ فَلَمْ يَزَلْ يُعَذِّبُهُ حَتَّىٰ دَلَّ عَلَى الرَّاهِبِ، فَجِيءَ بِالرَّاهِبِ فَقِيلَ لَهُ : ارْجِعْ عَنْ دِينِكَ، فَأَبَى، فَدَعَا بِالْمِنْشَارِ، فَوُضِعَ الْمِنْشَارُ فِي مَفْرِقِ رَأْسِهِ، فَشَقَّهُ حَتَّىٰ وَقَعَ شِقَّاهُ، ثُمَّ جِيءَ بِجَلِيسِ الْمَلِكِ، فَقِيلَ لَهُ : ارْجِعْ عَنْ دِينِكَ فَأَبَى، فَوُضِعَ الْمِنْشَارُ فِي مَفْرِقِ رَأْسِهِ، فَشَقَّهُ بِهِ حَتَّىٰ وَقَعَ شِقَّاهُ، ثُمَّ جِيءَ بِالْغُلَامِ، فَقِيلَ لَهُ : ارْجِعْ عَنْ دِينِكَ، فَأَبَى،
فَدَفَعَهُ إِلَىٰ نَفَرٍ مِنْ أَصْحَابِهِ، فَقَالَ : اذْهَبُوا بِهِ إِلَىٰ جَبَلِ كَذَا وَكَذَا فَاصْعَدُوا بِهِ الْجَبَلَ، فَإِذَا بَلَغْتُمْ ذِرْوَتَهُ فَإِنْ رَجَعَ عَنْ دِينِهِ وَإِلَّا فَاطْرَحُوهُ، فَذَهَبُوا بِهِ فَصَعَدُوا بِهِ الْجَبَلَ، فَقَالَ : اللَّهُمَّ اكْفِنِيهِمْ بِمَا شِئْتَ، فَرَجَفَ بِهِمُ الْجَبَلُ فَسَقَطُوا، وَجَاءَ يَمْشِي إِلَىٰ الْمَلِكِ، فَقَالَ لَهُ الْمَلِكُ : مَا فُعِلَ بِأَصْحَابِكَ ؟ فَقَالَ: كَفَانِيهِمُ اللَّهُ تَعَالَىٰ، فَدَفَعَهُ إِلَىٰ نَفَرٍ مِنْ أَصْحَابِهِ، فَقَالَ : اذْهَبُوا بِهِ فَاحْمِلُوهُ فِي قُرْقُورٍ وَتَوَسَّطُوا بِهِ الْبَحْرَ، فَإِنْ رَجَعَ عَنْ دِينِهِ وَإِلَّا فَاقْذِفُوهُ، فَذَهَبُوا بِهِ، فَقَالَ : اللَّهُمَّ اكْفِنِيهِمْ بِمَا شِئْتَ، فَانْكَفَأَتْ بِهِمُ السَّفِينَةُ فَغَرِقُوا، وَجَاءَ يَمْشِي إِلَىٰ الْمَلِكِ، فَقَالَ لَهُ الْمَلِكُ : مَا فُعِلَ بِأَصْحَابِكَ ؟ فَقَالَ : كَفَانِيهِمُ اللَّهُ تَعَالَىٰ، فَقَالَ لِلْمَلِكِ : إِنَّكَ لَسْتَ بِقَاتِلِي حَتَّىٰ تَفْعَلَ مَا آمُرُكَ بِهِ، قَالَ: مَا هُوَ؟ قَالَ : تَجْمَعُ النَّاسَ فِي صَعِيدٍ وَاحِدٍ، وَتَصْلِبُنِي عَلَىٰ جِذْعٍ، ثُمَّ خُذْ سَهْمًا مِنْ كِنَانَتِي، ثُمَّ ضَعِ السَّهْمَ فِي كَبِدِ الْقَوْسِ، ثُمَّ قُلْ : بِسْمِ اللَّهِ رَبِّ الْغُلَامِ، ثُمَّ ارْمِنِي، فَإِنَّكَ إِذَا فَعَلْتَ ذَلِكَ قَتَلْتَنِي،
فَجَمَعَ النَّاسَ فِي صَعِيدٍ وَاحِدٍ، وَصَلَبَهُ عَلَىٰ جِذْعٍ، ثُمَّ أَخَذَ سَهْمًا مِنْ كِنَانَتِهِ، ثُمَّ وَضَعَ السَّهْمَ فِي كَبِدِ الْقَوْسِ، ثُمَّ قَالَ : بِسْمِ اللَّهِ رَبِّ الْغُلَامِ، ثُمَّ رَمَاهُ فَوَقَعَ السَّهْمُ فِي صُدْغِهِ، فَوَضَعَ يَدَهُ فِي صُدْغِهِ فَمَاتَ. فَقَالَ النَّاسُ : آمَنَّا بِرَبِّ الْغُلَامِ. فَأُتِيَ الْمَلِكُ، فَقِيلَ لَهُ : أَرَأَيْتَ مَا كُنْتَ تَحْذَرُ قَدْ وَاللَّهِ نَزَلَ بِكَ حَذَرُكَ، قَدْ آمَنَ النَّاسُ، فَأَمَرَ بِالْأُخْدُودِ بِأَفْوَاهِ السِّكَكِ فَخُدَّتْ، وَأُضْرِمَ فِيهَا النِّيرَانُ، وَقَالَ : مَنْ لَمْ يَرْجِعْ عَنْ دِينِهِ فَأَقْحِمُوهُ فِيهَا أَوْ قِيلَ لَهُ : اقْتَحِمْ ، فَفَعَلُوا، حَتَّىٰ جَاءَتِ امْرَأَةٌ وَمَعَهَا صَبِيٌّ لَهَا، فَتَقَاعَسَتْ أَنْ تَقَعَ فِيهَا، فَقَالَ لَهَا الْغُلَامُ : يَا أُمَّاهُ اصْبِرِي فَإِنَّكِ عَلَىٰ الْحَقِّ } رَوَاهُ مُسْلِم
รายงานจากท่านอบูซัยดฺ อุสามะฮฺ บินซัยดฺ บินหาริษะฮฺ อดีตทาสรับใช้ของท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม และผู้เป็นที่รักของท่าน และลูชายของผู้เป็นที่รักของท่าน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า : ลูกสาวของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม (หมายถึง ท่านหญิงซัยนับ) ได้ส่งคนมา (หาท่านนบี โดยฝากบอกว่า) “แท้จริงลูกชายของหนูกำลังจะสิ้นใจ ขอให้ท่านมาหาพวกเราด้วยเถิด” ท่านนบีก็ได้ส่งคนไปฝากสลามและกล่าวว่า “แท้จริงสิ่งที่อัลลอฮฺเอาไปเป็นของพระองค์ และสิ่งที่พระองค์ให้ก็เป็นของพระองค์ และทุกสิ่งมีกำหนดเวลาที่แน่นอน ณ ที่พระองค์ ดังนั้น จงอดทนและหวังผลบุญจากพระองค์เถิด” แล้วเธอก็ได้ส่งคนไปหาท่านนบีอีกครั้งเพื่อกล่าวสาบานขอให้ท่านมาหาให้ได้ ท่านจึงลุกขึ้นพร้อมกับท่านสะอฺดฺ บินอุบาดะฮฺ, ท่านมุอ๊าซ บินญะบัล, ท่านอุบัย บินกะอบฺ, ท่านซัยดฺ บินษาบิต และคนอื่น ๆ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุม แล้วเด็กน้อยก็ถูกอุ้มมายังท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ท่านก็นำเด็กคนนั้นมาวางบนตักของท่าน ในขณะที่ชีวิตของเขากำลังจะหลุดออกไป แล้วน้ำตาของท่านนบีก็ไหลออกมา ท่านสะอฺดฺจึงกล่าวว่า “ท่านเราะสูลุลลอฮฺครับ (น้ำตา) นี่คืออะไรหรือครับ?” ท่านตอบว่า “นี่คือความเมตตาที่อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ทรงสร้างไว้ในหัวใจของปวงบ่าวของพระองค์” และในอีกรายงานหนึ่งระบุว่า “(นี่คือความเมตตาที่อัลลอฮฺทรงสร้างไว้) ในหัวใจของผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากปวงบ่าวของพระองค์ และแท้จริงแล้วอัลลอฮฺจะทรงเมตตาผู้ที่มีเมตตาในหมู่ปวงบ่าวของพระองค์”
และรายงานจากท่านศุฮัยบฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ ว่า : ท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า : ก่อนหน้าพวกท่านมีกษัตริย์คนหนึ่ง เขามีนักไสยศาสตร์ เมื่อนักไสยศาสตร์คนนี้ชราภาพมากแล้ว เขาก็ได้กล่าวกับกษัตริย์ว่า “ฉันชราภาพมากแล้ว โปรดส่งเด็กหนุ่มคนหนึ่งมาให้ฉันสอนวิชาไสยศาสตร์แก่เขาด้วยเถิด” แล้วเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็ถูกส่งตัวไปให้เขาสอน โดยระหว่างทาง เด็กหนุ่มได้พบกับนกพรตคนหนึ่ง เด็กหนุ่มนั่งลงและรับฟังคำพูด (เทศนา) ของนักพรตแล้วรู้สึกประทับใจ ทุกครั้งที่เด็กหนุ่มเดินทางไปหานักไสยศาสตร ...
อ่านทั้งหมด
บทที่ 3 : ความอดทนต่อเคราะห์กรรม
หะดีษที่
31
وَعَنْ أَنَسٍ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ قَالَ : مَرَّ النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ بِامْرَأَةٍ تَبْكِي عِنْدَ قَبْرٍ، فَقَالَ : { اتَّقِي اللَّهَ وَاصْبِرِي } . فَقَالَتْ : إِلَيْكَ عَنِّي ؛ فَإِنَّكَ لَمْ تُصَبْ بِمُصِيبَتِي! وَلَمْ تَعْرِفْهُ، فَقِيلَ لَهَا إِنَّهُ النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ، فَأَتَتْ بَابَ النَّبِيِّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ، فَلَمْ تَجِدْ عِنْدَهُ بَوَّابِينَ، فَقَالَتْ : لَمْ أَعْرِفْكَ، فَقَالَ : { إِنَّمَا الصَّبْرُ عِنْدَ الصَّدْمَةِ الْأُولَى } . مُتَّفقٌ عَلَيْهِ.
และรายงานจากท่านอนัส บินมาลิก เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า : ครั้งหนึ่ง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้เดินผ่านผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังร้องไห้อยู่ที่หลุมฝังศพ ท่านนบีจึงกล่าว (กับเธอ) ว่า “จงยำเกรงอัลลอฮฺและจงอดทนเถิด” ผู้หญิงคนนั้นกล่าวว่า “อย่ามายุ่งกับฉัน ท่านไม่ได้ประสบกับความทุกข์เหมือนกับฉันนี่” เธอไม่ร้จักท่าน จึงมีบางคนพูดกับเธอว่าท่านคือท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เธอจึงมาที่ประตู (บ้าน) ของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม และไม่พบคนเฝ้าประตู เธอจึงกล่าวว่า “ฉันไม่รู้ ...
อ่านทั้งหมด
บทที่ 3 : ความอดทนต่อเคราะห์กรรม
หะดีษที่
32
وَعَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ : أَنَّ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ : { يَقُولُ اللَّهُ تَعَالَىٰ : مَا لِعَبْدِي الْمُؤْمِنِ عِنْدِي جَزَاءٌ إِذَا قَبَضْتُ صَفِيَّهُ مِنْ أَهْلِ الدُّنْيَا ثُمَّ احْتَسَبَهُ إِلَّا الْجَنَّةُ } . رَوَاهُ البُخَارِي.
และรายงานจากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ ว่า : ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า “อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้กล่าวว่า ‘ไม่มีรางวัลตอบแทนใดสำหรับบ่าวผู้ศรัทธาของข้า ณ ที่ข้า หากข้าเอาชีวิตของผู้ที่เขารักไปจากโลกใบนี้ แล้วเขา (อดทนและ) หวังในผลบุญ นอกจากสวนสวรรค์’”
(บันทึกโดยอัลบุคอรีย์) ...
อ่านทั้งหมด
บทที่ 3 : ความอดทนต่อเคราะห์กรรม