วันเวลาของคอลิด (ตอนที่ 2) :
กำเนิดคอลิด บินอัลวะลีด
ณ บริเวณนครมักกะฮฺ ในบ้านที่สืบทอดความยิ่งใหญ่จากรุ่นสู่รุ่น เด็กหนุ่มคนหนึ่งจากเผ่ากุร็อยชฺได้ถือกำเนิดขึ้น คือ “อบูสุลัยมาน” หรือ “คอลิด บินอัลวะลีด” บุตรชายของผู้นำแห่งตระกูลมัคซูม นามว่า “อัลวะลีด บินอัลมุฆีเราะฮฺ” ผู้เป็นทายาทแห่งเกียรติยศ ความเป็นผู้นำ และความมั่งคั่ง
คอลิดถือกำเนิดขึ้นประมาณ 26 ปีก่อนการประกาศศาสนาของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ในบ้านที่เปลวไฟแห่งความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ไม่เคยมอดดับ ด้วยความร่ำรวยมหาศาล อัลวะลีด ผู้เป็นบิดาปฏิเสธที่จะให้มีการจุดไฟเพื่อเลี้ยงอาหารแก่ผู้คนนอกจากไฟของตนเท่านั้น โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลหัจญ์และในตลาดอุกาซ
อัลวะลีด บินอัลมุฆีเราะฮฺ คือหนึ่งในมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดของเมืองมักกะฮฺในยุคนั้น จนได้รับสมญานามว่า “อัลวะฮีด” (ผู้เป็นหนึ่งเดียว) และ “ร็อยฮานะฮแห่งกุร็อยชฺ” (ดวงใจหรือสิ่งหอมหวานของชาวกุร็อยชฺ) เนื่องจากชาวกุร็อยชฺทั้งหมดจะร่วมกันออกทุนเพื่อสร้างผ้าคลุมคลุมอาคารกะอฺบะฮฺในปีหนึ่ง แต่อัลวะลีดเพียงผู้เดียวจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในปีถัดไป
อัลกุรอานได้กล่าวถึงความมั่งคั่งของอัลวะลีดไว้ในโองการที่ว่า
ذَرْنِي وَمَنْ خَلَقْتُ وَحِيدًا ﴿١١﴾ وَجَعَلْتُ لَهُ مَالًا مَّمْدُودًا ﴿١٢﴾ وَبَنِينَ شُهُودًا ﴿١٣﴾ وَمَهَّدتُّ لَهُ تَمْهِيدًا ﴿١٤﴾ ثُمَّ يَطْمَعُ أَنْ أَزِيدَ ﴿١٥﴾ كَلَّا إِنَّهُ كَانَ لِآيَاتِنَا عَنِيدًا ﴿١٦﴾
“ปล่อยให้ข้าจัดการกับผู้ที่ข้าได้สร้างเขามาอย่างโดดเดี่ยวเถิด (11) และข้าได้ให้ทรัพย์สินแก่เขาอย่างมากมาย (12) และมีลูกหลานอย่างพรั่งพร้อม (13) และข้าได้ทำให้เขาสุขสบายอย่างราบรื่น (14) แล้วเขายังโลภที่จะให้ข้าเพิ่มพูนให้อีกกระนั้นหรือ? (15) เปล่าเลย แท้จริงเขาเป็นผู้ดื้อรั้นต่อโองการต่าง ๆ ของเรา (16)” (อัลมุดดัษษิร 74 : 11-16)
แม้จะเกิดมาบนกองเงินกองทองและอัญมณีล้ำค่า แต่บิดาไม่ต้องการให้คอลิดเติบโตมาด้วยความสุขสบายจนอ่อนแอ จึงส่งเขาไปใช้ชีวิตในทะเลทรายตามธรรมเนียมของชนชั้นสูงแห่งกุร็อยชฺ เพื่อให้เด็กหนุ่มได้รับการขัดเกลาให้มีความหยาบกระด้าง อดทน และมีจิตวิญญาณที่เข้มแข็งเยี่ยงลูกผู้ชาย
ณ ผืนทรายแห่งนั้น คอลิดได้เรียนรู้วิชาการขี่ม้าและฝึกฝนการยิงธนูจนเชี่ยวชาญ เขากลับมายังมักกะฮฺในวัยเด็กด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งดั่งหินผาและแววตาที่เป็นประกายในสมรภูมิ วิถีชีวิตแบบชาวอาหรับชนบทได้ฝังรากลึกในตัวคอลิด ถึงขนาดที่ว่าเขาสามารถกินแย้ (ทะเลทราย) ได้อย่างเอร็ดอร่อยเช่นเดียวกับชาวเบดูอิน แม้คอลิดจะเป็นลูกผู้ดีมีชาติตระกูลก็ตาม ทั้งนี้เพื่อฝึกฝนตนเองให้ทนทานต่อความยากลำบากของสงคราม ความหิวโหย และความกระหายในสนามรบ
ตั้งแต่ยังเล็กแล้ว เมื่อคอลิดถือหอก มันจะดูราวกับว่าถูกสร้างมาเพื่อเขา และเมื่อเขาควบม้า ก็ดูราวกับว่าม้านั้นเข้าใจภาษาของเขา คอลิดเก่งกล้าเหนือกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันจนเป็นที่กล่าวขวัญถึงในหมู่เยาวชนชาวกุร็อยชฺ
มารดาของคอลิดคือ “ลุบาบะฮฺ บินติ อัลหาริษ” ผู้มาจากตระกูลที่มีเกียรติและเปี่ยมด้วยคุณธรรม เธอเป็นน้องสาวของท่านหญิง “มัยมูนะฮฺ บินติ อัลหาริษ” (ผู้เป็นภรรยาของท่านนบีและมารดาของศรัทธาชน) นอกจากนี้ พี่น้องของเธออย่าง “ลุบาบะฮฺ” (คนพี่) ยังเป็นภรรยาของท่านอับบาส บินอับดุลมุฏเฏาะลิบ และอัสมาอ์ บินติอุมัยสฺ ก็ได้แต่งงานกับบุคคลสำคัญอย่างท่านญะอฺฟัร อัฏฏ็อยยาร, อบูบักรฺ อัศศิดดี้ก และอลี บินอะบีฏอลิบ ตามลำดับ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า แทบไม่มีบ้านขุนนางใดในอาหรับที่ไม่มีความเกี่ยวดองกับคอลิด
“ตระกูลมัคซูม” ของคอลิดถือครองตำแหน่งผู้นำทางทหารของชาวกุร็อยชฺ พวกเขาเป็นผู้ดูแล “อัลกุบบะฮฺ” (กระโจมใหญ่สำหรับรวบรวมเสบียงและอาวุธยุทโธปกรณ์) และ “อะอินนะฮฺ” (บังเหียนหรือความรับผิดชอบในการจัดเตรียมม้าศึกและอัศวิน) ด้วยเหตุนี้ คอลิดจึงเติบโตมาในฐานะทายาทโดยธรรมชาติแห่งวิถีอัศวิน ในมือถือหอกและดาบ และในสายเลือดพลุ่งพล่านด้วยจิตวิญญาณแห่งความเป็นผู้นำ
คอลิดและพี่น้องไม่จำเป็นต้องทำการค้าขายหรือดิ้นรนหาเงินทอง เพราะทรัพย์สินของบิดานั้นมากมายมหาศาลแล้ว เปรียบได้กับทรัพย์สินของกษัตริย์หรือธนาคารขนาดใหญ่ในยุคปัจจุบัน ที่มีทั้งการปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยและการเก็งกำไรสินค้า
อย่างไรก็ตาม เด็กหนุ่มผู้กล้าหาญคนนี้ไม่ได้รับมรดกมาจากบิดาเพียงแค่ทรัพย์สิน แต่ยังมีความจองหอง ความดื้อรั้น และความเกลียดชังต่อศาสนาของพระผู้เป็นเจ้าด้วย อัลวะลีด บิดาของคอลิด เป็นหนึ่งในศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของท่านนบีมุฮัมหมัด แม้จะได้ฟังอัลกุรอานจนรู้ซึ้งว่าเป็นสัจธรรม แต่ความทระนงตนกลับทำให้เขาปฏิเสธศรัทธาและหันหลังให้
ไฟแห่งความเป็นศัตรูนี้ได้ลุกลามมาสู่หัวใจของคอลิด เขาเลือกที่จะยืนหยัดเคียงข้างบิดา โดยมองว่าคำสอนของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เป็นภัยคุกคามต่อเกียรติยศของชาวกุร็อยชฺ และทำลายศักดิ์ศรีของเผ่าที่เขาเติบโตมา คอลิดไม่ได้มองด้วยสายตาของผู้แสวงหาความจริง แต่ด้วยสายตาของคู่ขัดแย้งที่ยึดติดกับเผ่าพันธุ์ เขาจึงอุทิศตนเพื่อปกป้องประเพณีและความเชื่อเดิมของบรรพบุรุษ
คอลิดก้าวเข้าสู่แถวหน้าของกลุ่มต่อต้านและพยายามขัดขวางมุสลิม ในสภาของชาวกุร็อยชฺมีเสียงร่ำร้องว่ามุฮัมมัดได้สร้างความแตกแยก พรากพ่อพ่อจากลูก ๆ พรากพี่น้องออกจากกัน ที่ประชุมจึงมีมติเอกฉันท์ที่จะเผชิญหน้ากับอิสลามด้วยทุกวิถีทาง ทั้งกำลังดาบ เล่ห์กล และเงินตรา
คอลิดอยู่ในที่แห่งนั้น รับฟังและซึมซับความรู้สึกเหล่านั้น หัวใจของเขาจึงเดือดพล่านดั่งภูเขาไฟ และความคิดก็หมกมุ่นอยู่กับการแก้แค้น
ในตอนต่อไป เราจะได้เห็นช่วงชีวิตที่มืดมนของคอลิด วันที่เขาเดินตามหลังบิดาและพวกพ้อง โดยหารู้ไม่ว่าเส้นทางนั้นกำลังพาเขาห่างไกลจากแสงสว่างออกไปทุกที
************
สนับสนุนการทำงานของ GenFa ได้ที่ :
ธนาคารกสิกรไทย สาขานราธิวาส
เลขที่บัญชี 046-3-94417-2
ชื่อบัญชี นายอุสมาน เจะอุมา





