วันเวลาของคอลิด (ตอนที่ 3) :
คอลิดในยุคญาฮิลิยยะฮฺ
รุ่งอรุณแห่งอิสลามเริ่มปรากฏขึ้น ณ เส้นขอบฟ้าของเมืองมักกะฮฺ และท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้ยืนหยัดเผชิญหน้ากับยุคแห่งญาฮิลียะฮฺ (ความโฉดเขลางมงาย) โดยเรียกร้องกลุ่มชนของท่านไปสู่พระผู้เป็นเจ้าด้วยวิทยปัญญาและคำตักเตือนที่ดีงาม ทว่าเผ่ากุร็อยชฺกลับเริ่มตั้งตนเป็นศัตรูกับท่านและต่อต้านการเผยแผ่ศาสนาของท่าน ทุกเผ่าต่างก้าวออกมาด้วยดาบและวาจาของตนเอง โดยตระกูลมัคซูมซึ่งก็คือเผ่าของคอลิด เป็นหนึ่งในเผ่าที่เป็นปรปักษ์และเป็นศัตรูอย่างรุนแรงที่สุด พวกเขามองว่าการเผยแผ่ศาสนานี้เป็นภัยคุกคามต่ออิทธิพลของตน และมองว่าอิสลามคือการลุกฮือต่อต้านความเย่อหยิ่งจองหองของพวกเขา
คอลิด บินอัลวะลีด ก็เป็นคนหนึ่งในกลุ่มชนของเขาที่รับเอาท่าทีเหล่านั้นมา คอลิดคลุกคลีกับบรรดาผู้อาวุโสของเผ่ากุร็อยชฺ ได้ยินการเย้ยหยันและถากถางนบีมุฮัมหมัด และซึมซับเอาปมแห่งยุคญาฮิลียะฮฺมาจาก อัลวะลีด บิน อัลมุฆีเราะฮฺ ผู้เป็นบิดาา ซึ่งเต็มไปด้วยความดื้อรั้น หยิ่งทะนง เย่อหยิ่งจองหอง และความหวาดกลัวที่จะสูญเสียสถานะและอำนาจ อัลวะลีด บินอัลมุฆีเราะฮฺ เป็นผู้อาวุโสที่มีอายุมาก เขาได้เห็นอิสลามในวัยชรา แต่ความเย่อหยิ่งของเขาขัดขวางไม่ให้เขายอมรับสัจธรรม
วันหนึ่งเขาได้กล่าวด้วยความไม่พอใจว่า “โองการ (วะฮีย์) ถูกประทานลงมาให้กับมุฮัมหมัด โดยละทิ้งข้า ผู้อาวุโสและผู้นำแห่งเผ่ากุร็อยชฺ และละทิ้งอบูมัสอูด อัษษะเกาะฟีย์ ผู้นำแห่งเผ่าษะกีฟ กระนั้นหรือ? พวกเราคือสองบุรุษผู้ยิ่งใหญ่แห่งสองนคร” ดังนั้น อัลลอฮฺจึงประทานโองการเกี่ยวกับเขาว่า
وَقَالُوا لَوْلَا نُزِّلَ هَٰذَا الْقُرْآنُ عَلَىٰ رَجُلٍ مِّنَ الْقَرْيَتَيْنِ عَظِيمٍ ﴿٣١﴾
“และพวกเขากล่าวว่า ‘เหตุใดอัลกุรอานนี้จึงไม่ถูกประทานลงมาแก่ชายผู้ยิ่งใหญ่จากสองนครนี้?’” (อัซซุครุฟ 43 : 31)
นี่คือภาษาของเผ่ากุร็อยชฺที่คอลิดได้ยิน ซึ่งได้จุดประกายความคับแค้นใจเพื่อชนเผ่าและวงศาคณาญาติในหัวอกของเขา
อัลวะลีด บินอัลมุฆีเราะฮฺ ถือเป็นหนึ่งในผู้ที่เป็นศัตรูต่อการเผยแผ่ศาสนาของท่านนบีมุฮัมหมัดอย่างรุนแรงที่สุด เขาเป็นหัวหอกในการต่อต้าน และบรรดาลูกชายของเขาก็ดำเนินตามรอยเท้าของเขา สนับสนุนเขาในความหลงผิด และชูธงของเผ่ากุร็อยชฺในการกีดกันผู้คนจากหนทางของอัลลอฮฺ คอลิดพบว่าในตัวพ่อ พี่น้อง และลูกพี่ลูกน้อง มีแรงผลักดันเขาไปสู่ความเป็นศัตรูอันเลวร้ายนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คอลิดจะยืนหยัดในฐานะผู้ต่อต้านและเป็นปรปักษ์กับอิสลาม
เพื่อให้เราเข้าใจธรรมชาติของความเป็นศัตรูนี้ เรามาอ่านคำพูดหนึ่งจากสมาชิกตระกูลมัคซูม นั่นคือคำพูดของ อบูญะฮลฺ อัมรู บินฮิชาม บินอัลมุฆีเราะฮฺ ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของคอลิด บินอัลวะลีด (ในอีกทัศนะระบุว่า เป็นน้าชายของคอลิด) วันหนึ่งอัลอัคนัส บินชะรีก อัษษะเกาะฟีย์ ได้ถามเขาว่า “โอ้อบุลหะกัม ท่านคิดว่ามุฮัมหมัดพูดโกหกไหม?” อบูญะฮลฺตอบว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ เขาไม่เคยพูดโกหกเลย และพวกเราก็เคยเรียกเขาว่า ‘ผู้ซื่อสัตย์’ (อัลอะมีน) แต่หากตระกูลฮาชิมได้รับหน้าที่การให้น้ำ การให้อาหาร (แก่ผู้แสวงบุญ) และการเป็นสภาที่ปรึกษา แล้วยังได้ความเป็นศาสดาไปอีก แล้วจะเหลืออะไรให้ตระกูลมัคซูมเล่า? แล้วจะเหลืออะไรให้ตระกูลมัคซูม?” นี่คือวิธีที่ยุคญาฮิลียะฮฺพูดคุยกันด้วยความคลั่งไคล้ในสายเลือด อบูญะฮลฺได้เปิดเผยให้เห็นแก่นแท้ของการปฏิเสธศรัทธาทั้งหมด นั่นคือ ความอิจฉาริษยา การแข่งขัน และความเห็นแก่ตัวเมื่อเผชิญหน้ากับสัจธรรม
วันหนึ่ง อัลวะลีด บินอัลมุฆีเราะฮฺ นั่งฟังท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม อ่านโองการจากอัลกุรอานว่า
حم ﴿١﴾ تَنزِيلُ الْكِتَابِ مِنَ اللَّهِ الْعَزِيزِ الْعَلِيمِ ﴿٢﴾ غَافِرِ الذَّنبِ وَقَابِلِ التَّوْبِ شَدِيدِ الْعِقَابِ ذِي الطَّوْلِ لَا إِلَٰهَ إِلَّا هُوَ إِلَيْهِ الْمَصِيرُ ﴿٣﴾
“ฮามีม (1) คัมภีร์นี้ถูกประทานลงมาจากอัลลอฮฺ ผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงรอบรู้ (2) ผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงรับการลุแก่โทษ ผู้ทรงลงโทษอย่างรุนแรง ผู้ทรงมีพลานุภาพอันกว้างขวาง ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ และยังพระองค์คือการกลับไป” (ฆอฟิร 40 : 1-3)
หัวใจของเขาสั่นสะท้านและรู้สึกสะเทือน เขาจึงกล่าวกับกลุ่มชนของเขา คือตระกูลบนูมัคซูมว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ข้าเพิ่งได้ยินคำพูดจากมุฮัมหมัด ซึ่งไม่ใช่คำพูดของมนุษย์ และไม่ใช่คำพูดของญิน แท้จริงมันมีความหอมหวานและมีความงดงาม ส่วนบนของมันนั้นออกดอกออกผล และส่วนล่างของมันนั้นอุดมสมบูรณ์ มันเป็นสิ่งที่อยู่เหนือสิ่งอื่นใด และไม่มีสิ่งใดอยู่เหนือมันได้”
นั่นเป็นช่วงเวลาแห่งความจริงที่ผ่านเข้ามาแวบหนึ่ง ชาวกุร็อยชฺจึงกล่าวว่า “อัลวะลีดละทิ้งศาสนาเดิมแล้ว ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ เผ่ากุร็อยชฺทั้งหมดจะต้องละทิ้งศาสนาตามไปด้วยแน่ ๆ” อบูญะฮลฺ จึงไปหาเขาและกล่าวอย่างเจ้าเล่ห์ว่า “เผ่ากุร็อยชฺได้รวบรวมทรัพย์สินให้ท่านเพื่อช่วยเหลือท่านจากความยากจน เพราะพวกเขากล่าวว่า ที่ท่านเยินยอคำพูดของมุฮัมหมัดนั้น ก็เพราะหวังจะได้เศษอาหารที่เหลือของเขา” อัลวะลีดโกรธจัดและได้กล่าวว่า “ชาวกุร็อยชฺไม่รู้หรือว่าข้าคือหนึ่งในผู้ที่มีทรัพย์สินและลูกหลานมากที่สุดของพวกเขา?”
จากนั้นเขาก็มุ่งหน้าไปยังที่ชุมนุมของกลุ่มชนและกล่าวว่า “พวกท่านอ้างว่ามุฮัมหมัดเป็นคนบ้า พวกท่านเคยเห็นเขาพูดจาเพ้อเจ้อหรือไม่? พวกท่านบอกว่าเขาเป็นหมอดู พวกท่านเคยเห็นเขาทำนายทายทักหรือเปล่า? พวกท่านบอกว่าเขาเป็นกวี พวกท่านเคยฟังเขาแต่งบทกวีไหมละ? พวกท่านบอกว่าเขาเป็นคนโกหก แล้วพวกท่านเคยพบว่าเขาพูดโกหกด้วยหรือ?” พวกเขาตอบว่า “ไม่” อัลวะลีดจึงกล่าวว่า “ถ้าเช่นนั้น เขาคงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากนักไสยศาสตร์ พวกท่านไม่เห็นหรือว่าเขาทำให้ผู้ชายต้องแตกแยกกับภรรยาและลูก ๆ ของตัวเอง?” ผู้คนต่างพากันดีใจ ดังนั้น อัลลอฮฺจึงประทานโองการที่ทำให้หัวใจสั่นสะท้านเกี่ยวกับตัวเขาว่า
إِنَّهُ فَكَّرَ وَقَدَّرَ ﴿١٨﴾ فَقُتِلَ كَيْفَ قَدَّرَ ﴿١٩﴾ ثُمَّ قُتِلَ كَيْفَ قَدَّرَ ﴿٢٠﴾ ثُمَّ نَظَرَ ﴿٢١﴾ ثُمَّ عَبَسَ وَبَسَرَ ﴿٢٢﴾ ثُمَّ أَدْبَرَ وَاسْتَكْبَرَ ﴿٢٣﴾ فَقَالَ إِنْ هَٰذَا إِلَّا سِحْرٌ يُؤْثَرُ ﴿٢٤﴾ إِنْ هَٰذَا إِلَّا قَوْلُ الْبَشَرِ ﴿٢٥﴾ سَأُصْلِيهِ سَقَرَ ﴿٢٦﴾
“แท้จริงเขาได้ครุ่นคิดและคาดคะแน (18) ดังนั้น ขอให้เขาพินาศเถิด เขาจะคาดคะแนได้อย่างไร (19) แล้วก็ขอให้เขาพินาศเถิด เขาจะคาดคะแนได้อย่างไร (20) แล้วเขาก็มองดู (21) แล้วเขาก็ทำหน้าบูดและหน้านิ่วคิ้วขมวด (22) แล้วเขาก็ผินหลังให้และหยิ่งผยอง (23) แล้วเขากล่าวว่า ‘นี่มิใช่อะไรอื่นนอกจากไสยศาสตร์ที่สืบทอดกันมา (24) นี่มิใช่อะไรอื่นนอกจากคำพูดของปุถุชน’ (25) ข้าจะให้เขาเข้าไปหมกไหม้ในนรกสะก็อร (26)” (อัลมุดดัษษิร 74 : 18-26)
โองการเหล่านี้ได้บรรยายความเย่อหยิ่งจองหองของอัลวะลีด บินอัลมุฆีเราะฮฺ ความทะนงตน และความดื้อรั้นของเขา
ทั้งหมดนี้ คอลิดได้ยินและได้เห็นว่าผู้เป็นบิดารู้สึกสับสนต่อความมหัศจรรย์ของอัลกุรอานอย่างไร แต่ก็ดื้อดึงและอวดอ้าง คอลิดจึงเติบโตขึ้นพร้อมภาพลักษณ์ที่บิดเบี้ยวเกี่ยวกับความเป็นศาสดา เมื่อคอลิดเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น ความดื้อรั้นของเขาก็ทวีความรุนแรงตามไปด้วย คอลิดเริ่มมองว่าอิสลามเป็นภัยคุกคามต่อความสามัคคี และเป็นศัตรูต่อความรุ่งโรจน์ของชาวกุร็อยชฺ
อัลวะลีด บินอัลมุฆีเราะฮฺ ได้เสียชีวิตลงในสภาพของผู้ปฏิเสธศรัทธาที่นครมักกะฮฺ บรรดาลูกชายของเขาจึงรับช่วงชูธงแห่งการปฏิเสธศรัทธา ซึ่งในหมู่พวกเขานั้นมีคอลิด บินอัลวะลีด รวมอยู่ด้วย ทันทีที่ชาวมุสลิมอพยพไปยังนครมะดีนะฮฺ เสียงกลองรบก็เริ่มดังกึกก้องขึ้นที่เส้นขอบฟ้า “สมรภูมิบะดัร” คือจุดนัดพบ และบรรดาลูกชายของอัลวะลีดก็อยู่ในแนวหน้าของกองทัพกุร็อยชฺ ส่วนคอลิดนั้นเขาอยู่ห่างไกลจากสมรภูมิบะดัร และในวันพรุ่งนี้ เราจะได้สัมผัสกับบทใหม่ของเรื่องราวความดื้อรั้น เมื่อผืนดินที่บะดัรลุกเป็นไฟ และประวัติศาสตร์ได้จารึกถึงวันแห่งชัยชนะครั้งแรกของอิสลาม
************
สนับสนุนการทำงานของ GenFa ได้ที่ :
ธนาคารกสิกรไทย สาขานราธิวาส
เลขที่บัญชี 046-3-94417-2
ชื่อบัญชี นายอุสมาน เจะอุมา





