วันเวลาของคอลิด (ตอนที่ 23) :
คอลิดในศึกอัจนาดีน
คอลิด บินอัลวะลีด ได้เดินทางข้ามทะเลทรายสะวามาฮฺ โดยหลบเลี่ยงกองทหารรักษาการณ์ของโรมันตามเส้นทางหลักทั้งหมด และปล่อยให้พวกเขางมงายอยู่ในความประมาท พวกโรมันไม่รู้ถึงการมาของท่านหรือการเคลื่อนไหวทางยุทธวิธีของท่านเลย จนกระทั่งคอลิดมาถึงเมืองบุศรอ ที่นั่นคอลิดได้พบกับกองทัพอิสลามของอบูอุบัยดะฮฺ, ชุเราะหฺบีล และยะซีด บินอบีสุฟยาน ดาบจึงรวมเข้ากับดาบ และทุกคนได้รวมตัวกันอยู่ภายใต้ธงของคอลิด ท่านได้ปิดล้อมเมืองบุศรออย่างหนักหน่วง จนกระทั่งชาวเมืองต้องยอมจำนนและจ่ายญิซยะฮฺ (ภาษีคุ้มครอง) ทำให้บุศรอกลายเป็นเมืองแรกในแคว้นชามที่ถูกพิชิตได้สำเร็จ อัลฮัมดุลิลลาฮฺ จากนั้นบรรดาแม่ทัพทั้งหมดก็ได้มารวมตัวกัน ยกเว้นอัมรู บินอัลอาศ ซึ่งไม่สามารถถอนกำลังออกจากปาเลสไตน์ได้ ท่านจึงยังคงทำการรบแบบหลอกล่อกับพวกโรมันจนกระทั่งต้องถอยร่นไปยังสถานที่ที่เรียกว่า “อัจนาดีน”
คอลิดได้ประเมินสถานการณ์ทางการทหารอย่างถี่ถ้วน และเห็นว่าต้องเผชิญกับ 2 ทางเลือก คือจะมุ่งหน้าไปยังอัมรู บินอัลอาศ ในปาเลสไตน์และร่วมรบสู้กับพวกโรมัน หรือจะยังคงอยู่ในแผ่นดินชามและปล่อยให้อัมรูเผชิญชะตากรรมของตนเอง ไม่ว่าผลจะออกมาพ่ายแพ้หรือได้รับชัยชนะ แต่คอลิดเลือกทางเลือกแรก เนื่องจากการมุ่งหน้าไปยังปาเลสไตน์จะเป็นการเคลื่อนไหวแบบจู่โจมที่ศัตรูไม่คาดคิด ซึ่งจะทำให้พวกเขาสับสน และชาวมุสลิมที่นั่นจะเปลี่ยนจากสถานะตั้งรับมาเป็นฝ่ายรุก
นอกจากนี้ กองทัพโรมันในปาเลสไตน์ยังมีจำนวนและยุทโธปกรณ์น้อยกว่ากองกำลังหลักที่ประจำการอยู่ในซีเรีย ดังนั้น โอกาสที่พวกเขาจะพ่ายแพ้ในปาเลสไตน์จึงมีสูง ความพ่ายแพ้ของพวกเขาจะสร้างความได้เปรียบทั้งทางด้านขวัญกำลังใจและการเมืองให้กับชาวมุสลิม ตลอดจนสร้างความอัปยศและความกดดันต่อฝ่ายโรมัน นี่คือสิ่งที่อบูสุลัยมาน (คอลิด) ได้คิดวางแผนไว้
คอลิดจึงพุ่งทะยานสู่ปาเลสไตน์ดั่งลูกศรเพลิง และนำกองกำลังของท่านมาถึงอัจนาดีนได้ทันเวลา ท่านได้เข้าร่วมกับกองทัพของอัมรู แล้วชาวมุสลิมก็เผชิญหน้ากับทหารโรมันจำนวน 90,000 นาย ที่นำโดยแม่ทัพโรมันชื่อ “วัรดาน” ซึ่งชื่อนี้จะถูกจารึกลงในหน้าประวัติศาสตร์แห่งความพ่ายแพ้ในช่วงเวลาเพียงเสี้ยววัน นี่คือการเผชิญหน้าทางทหารครั้งแรกระหว่างชาวมุสลิมและโรมันในการพิชิตแคว้นชาม
หลังจากละหมาดในรุ่งเช้า คอลิดได้จัดระเบียบกองทัพ โดยแบ่งเป็นปีกขวา ปีกซ้าย ทัพกลาง และกองหลัง ท่านแต่งตั้งให้มุอ๊าซ บินญะบัล คุมปีกขวา, สะอีด บินอามิร คุมปีกซ้าย, อบูอุบัยดะฮฺ บินอัลญัรร็อหฺ คุมทัพกลาง และสะอีด บินซัยดฺ คุมกองทหารม้า ตัวคอลิดเองอยู่ทัพหน้า ท่านเดินตรวจตราไปตามแถวทหารเพื่อปลุกระดมพวกเขาให้ต่อสู้ และกล่าวสุนทรพจน์แก่พวกเขาว่า “โอ้ปวงบ่าวทั้งหลายของอัลลอฮฺ จงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด จงต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮฺกับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา อย่าได้หันหลังหนี และอย่าให้จำนวนที่มากมายของพวกเขาทำให้พวกท่านหวาดกลัว เพราะแท้จริงแล้ว อัลลอฮฺจะทรงประทานความกริ้วและการลงโทษลงมายังพวกเขา” จากนั้นคอลิดได้สั่งห้ามทหารมิให้ทำการรุกโจมตี และสั่งให้พวกเขาตั้งรับเพียงอย่างเดียว โดยกล่าวว่า “เมื่อข้าพเจ้าบุกโจมตี พวกท่านก็ค่อยบุกโจมตีตาม”
ในขณะที่คอลิดอยู่ทัพหน้าของกองทัพ วัรดานแม่ทัพโรมันกลับซ่อนตัวอยู่ในกองหลังของตน พวกโรมันเริ่มเปิดฉากโจมตี โดยปีกซ้ายของโรมันได้เข้าโจมตีปีกขวาของชาวมุสลิมอย่างรุนแรง แต่มุอ๊าซ บินญะบัล และทหารของท่านได้อดทนอย่างเข้มแข็ง โดยทำเพียงแค่ต้านทานและป้องกันไว้โดยไม่ได้ตอบโต้ เป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของแม่ทัพคอลิด จากนั้นปีกขวาของโรมันก็ได้เข้าโจมตีปีกซ้ายของชาวมุสลิมอย่างรุนแรงยิ่งกว่า สะอีด บินอามิร และทหารของท่านก็อดทนอย่างหนักแน่นเช่นกัน พวกเขาต้านทานและป้องกัน จนพวกโรมันไม่สามารถทำลายแนวรบของมุสลิมได้
คอลิดยังคงเฝ้าสังเกตการณ์ ในขณะที่พวกโรมันเพิ่มความกดดันและระดมห่าธนูใส่ชาวมุสลิม แต่คอลิดก็ยังไม่ยอมสั่งโจมตี ชาวมุสลิมต่างประหลาดใจกับการกระทำของคอลิด บรรดาแม่ทัพมุสลิมต่างร้องเรียกคอลิดเพื่อขอให้เขาสั่งการโจมตี เพื่อไม่ให้พวกโรมันคิดว่าชาวมุสลิมนั้นอ่อนแอ สะอีด บินซัยดฺ ได้ตะโกนว่า “โอ้คอลิด โอ้คอลิด หอกของพวกโรมันกำลังจะถึงตัวพวกเราแล้ว” คอลิดตอบเขาว่า “จงอดทนไว้ เพราะในความอดทนนั้นมีความหวัง” ชาวมุสลิมไม่รู้เลยว่าคอลิดต้องการทำอะไร
คอลิด แม่ทัพผู้ปราดเปรื่องผู้นี้กำลังชะลอการโจมตีเพื่อปล่อยให้ปีกขวาและปีกซ้ายของพวกโรมันเหนื่อยล้าและอ่อนแรงจากการบุกโจมตี เพื่อที่หลังจากนั้นคอลิดจะได้ทะลวงผ่านทัพกลางของโรมันและผ่ามันออกเป็นสองซีกได้อย่างง่ายดาย จนกระทั่งเข้าถึงกองหลังของกองทัพโรมัน อันเป็นที่ซ่อนตัวของวัรดานตามนิสัยของแม่ทัพผู้ขี้ขลาด
เป้าหมายของคอลิดคือการเข้าถึงตัวแม่ทัพที่ขี้ขลาดผู้นี้เพื่อสังหารเขา เพราะนั่นคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ขวัญกำลังใจของพวกโรมันพังทลายลง และแล้วแผนการก็สำเร็จลุล่วงด้วยดี เมื่อพวกโรมันกำลังวุ่นวายอยู่กับการโจมตีทางปีกซ้ายและปีกขวา ทัพกลางของโรมันจึงเปิดโล่ง คอลิดตัดสินใจบุกโจมตีและตะโกนสั่งทหารของท่านว่า “บุกเลย โอ้ปวงบ่าวทั้งหลายของอัลลอฮฺ” นักรบมุสลิมต่างถาโถมเข้าใส่ทัพกลางของพวกโรมันดั่งกระแสน้ำหลาก พร้อมกับเสียงตักบีรว่า “อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร” ฎิรอร บินอัลอัซวัร ได้ฝ่าแถวข้าศึกจนไปถึงเต็นท์ของวัรดาน
ทันทีที่วัรดานเห็นฎิรอรยืนอยู่เหนือหัวของเขา เขาก็ตกอยู่ในความเศร้าหมองและสิ้นหวัง เขากล่าวว่า “ขอสาบานต่อพระเจ้า ข้าไม่เคยเห็นวันใดบนโลกนี้ที่เลวร้ายต่อข้ามากไปกว่าวันนี้เลย” ฎิรอรไม่ปล่อยให้เขามีเวลาได้หายใจ ท่านบั่นคอของวัรดานในทันที หลังจากนั้นพวกโรมันก็แตกพ่ายและเริ่มหลบหนีด้วยความตื่นตระหนก ชาวมุสลิมไล่ตามเพื่อสังหารและจับเป็นเชลยศึก ดังที่คอลิดได้ทำให้เราเห็นเป็นประจำ เขาปิดฉากการรบลงภายในเวลาเพียงเสี้ยววัน ทหารโรมันถูกสังหาร 3,000 นาย ในขณะที่ชาวมุสลิมพลีชีพเพียง 4 คนเท่านั้น
หลังจากชัยชนะอันกึกก้องนี้ คอลิด บินอัลวะลีด ได้เคลื่อนกองทัพของท่านไปยังยัรมูก และคุณรู้หรือไม่ว่ายัรมูกคืออะไร มันคือวันแห่งความยิ่งใหญ่ในหมู่วันทั้งหลายของอัลลอฮฺ ผู้ทรงสูงส่ง เป็นวันที่อบูบักรฺ อัศศิดดี้กได้เริ่มต้นไว้ และอุมัร อัลฟารูก ได้สานต่อจนสำเร็จ โดยจักรพรรดิเฮราคลิอุสได้กล่าวคำพูดอันโด่งดังของเขาว่า “ขอสาบานต่อพระเจ้า ข้าจะจัดการกับอบูบักรให้จงได้ เพื่อไม่ให้เขาส่งกองทหารม้าของเขามายังดินแดนของเราได้อีก” เขาได้ระดมกองทัพที่ไม่มีใครเทียบได้ในเวลานั้น ในขณะที่อัศศิดดี๊ก เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ ได้กล่าวว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ข้าจะจัดการความสงสัยของพวกโรมันด้วยคอลิด บินอัลวะลีด” ดาบที่ถูกชักออกมาของอัลลอฮฺ
************
สนับสนุนการทำงานของ GenFa ได้ที่ :
ธนาคารกสิกรไทย สาขานราธิวาส
เลขที่บัญชี 046-3-94417-2
ชื่อบัญชี นายอุสมาน เจะอุมา





