วันเวลาของคอลิด (ตอนที่ 29) :
คอลิดถูกปลดประจำการถาวร
เส้นทางของคอลิด บินอัลวะลีด ได้รับการสวมมงกุฎแห่งชัยชนะและความรุ่งโรจน์ ธงรบโบกสะบัดเหนือป้อมปราการของชาวเปอร์เซียและโรมัน ปราการต่าง ๆ ถูกพิชิต และกองทัพต่าง ๆ พ่ายแพ้ จากนั้นความเจ็บปวดก็มาเยือน เป็นการตัดสินใจที่ฟาดฟันลงมายังผู้คนในแผ่นดินชาม (ซีเรีย) ราวกับสายฟ้าฟาด นั่นคือการปลดคอลิดออกจากตำแหน่งอีกครั้ง เกิดอะไรขึ้นหลังจากการพิชิตเมืองกินนัสริน?
คอลิด บินอัลวะลีด และอิยาฎ บินเฆาะนัม ได้เข้าโจมตีดินแดนโรมัน บุกทะลวงเข้าไปในดินแดนของพวกเขา และกลับมาพร้อมทรัพย์สินเชลยจำนวนมาก ผู้คนต่างรับรู้ถึงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และมีน้ำใจของคอลิด บางคนจึงมุ่งหน้าไปหาท่านด้วยความหวังที่จะได้รับของกำนัล หนึ่งในนั้นคือ อัลอัชอัษ บินก็อยสฺ โดยคอลิดได้ต้อนรับเขาอย่างสมเกียรติและมอบเงินให้จำนวน 10,000 ดิรฮัม (ราว 15 ล้านบาท) ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่มหาศาลมาก จนปลุกสัญชาตญาณแห่งความยุติธรรมของเคาะลีฟะฮฺอุมัรให้ตื่นขึ้น
ท่านอุมัรจึงส่งสาส์นไปยังอบูอุบัยดะฮฺ โดยสั่งการให้ดำเนินการสอบสวนโดยไม่โอนเอียง หากของกำนัลนี้มาจากทรัพย์สินของชาวมุสลิม นั่นถือเป็นการทรยศ แต่หากมาจากทรัพย์สินส่วนตัวของคอลิด ก็ยังถือว่าเป็นการสุรุ่ยสุร่าย และในทั้งสองกรณีนี้ คอลิดจะต้องถูกปลดออกจากตำแหน่ง และผ้าโพกศีรษะและหมวกประจำตำแหน่งของท่านจะต้องถูกถอดออก และถูกมัดด้วยผ้าโพกศีรษะส่วนตัวของตัวเองแทน จนกว่าคอลิดจะเปิดเผยแหล่งที่มาของทรัพย์สินนี้
อบูอุบัยดะฮฺรู้สึกสับสนเนื่องจากความห่วงใยในสิทธิของคอลิด และทั้งด้วยความรักใคร่และความเป็นพี่น้อง อบูอุบัยดะฮฺจึงปล่อยให้หน้าที่นี้เป็นของท่านบิลาล บินเราะบาหฺ ผู้ถือสาส์นของท่านอุมัรมาจากนครมะดีนะฮฺ คอลิดถูกเรียกตัวให้มายืนต่อหน้าผู้คน บิลาลได้ถามท่านเกี่ยวกับของกำนัลที่มอบให้กับอัลอัชอัษว่า มาจากทรัพย์สินส่วนตัวหรือทรัพย์สินของชาวมุสลิม คอลิดประหลาดใจกับคำถามนั้น ท่านจึงนิ่งเงียบและไม่พูดอะไร บิลาลถามย้ำอีกหลายครั้ง แต่คอลิดก็ยังคงนิ่งเงียบ ในขณะที่อบูอุบัยดะฮฺก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมาเลย ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาความสามัคคีและเกียรติภูมิของกระบวนการยุติธรรม
จากนั้นบิลาลจึงก้าวเข้าไปหาคอลิด ท่านคว้าผ้าโพกศีรษะประจำตำแหน่งของคอลิดและคลี่มันออก แล้วมัดท่านด้วยผ้าโพกศีรษะนั้น โดยที่คอลิดไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด ช่างเป็นภาพที่เจ็บปวดจนสะเทือนภูผา ชายผู้ซึ่งเคยสั่นสะเทือนโลกด้วยดาบของเขา วันนี้กลับยืนหยัดอย่างมั่นคงและอดทนต่อคำตัดสินของอุมัร จากนั้นบิลาลก็ได้ถามย้ำอีกว่า “ท่านจะว่าอย่างไร โอ้คอลิด มันมาจากทรัพย์สินของท่านเอง หรือจากทรัพย์สินของชาวมุสลิม?”
ตอนนี้เอง คอลิดก็ได้เอ่ยปากกล่าวว่า “ไม่ มันมาจากทรัพย์สินของฉันเอง” บิลาลจึงปล่อยคอลิด จากนั้นก็พันผ้าโพกศีรษะให้คอท่านด้วยมือของตนเอง หลังจากที่ความบริสุทธิ์ของคอลิดเป็นที่ประจักษ์ คอลิดก็ได้เอ่ยกล่าวด้วยวาจาของมุสลิมผู้ยอมจำนนต่อบทบัญญัติของอัลลอฮฺว่า “เราขอดำรงไว้ซึ่งการรับฟังและเชื่อฟังต่อผู้นำของเรา (หมายถึง เคาะลีฟะฮฺอุมัร) และเราขอให้เกียรติและเคารพต่อพี่น้องของเรา (หมายถึง ท่านบิลาล)” จากนั้นอบูอุบัยดะฮฺก็ทำให้คอลิดประหลาดใจโดยแจ้งว่า เคาะลีฟะฮฺอุมัรได้ปลดท่านออกจากการปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพโดยเด็ดขาด และมีคำสั่งให้คอลิดเดินทางไปยังนครมะดีนะฮฺ ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปีฮิจเราะฮฺศักราชที่ 17
จิตใจของคอลิดสั่นคลอน แต่ก็ไม่ได้พังทลายลง แม่ทัพผู้ถูกปลดได้เดินทางไปยังกินนัสริน เมืองที่เขาเคยเป็นผู้ปกครอง คอลิดได้รวบรวมชาวเมืองและกล่าวอำลาพวกเขา จากนั้นท่านก็ได้เดินทางไปยังเมืองโฮมส์ กล่าวปราศรัยแก่พวกเขาและกล่าวอำลา สิ่งสูงสุดที่ท่านเอ่ยออกมาจากความรู้สึกที่อัดอั้นก็คือ การที่ท่านกล่าวว่า “แท้จริงแล้วผู้นำของศรัทธาชนได้แต่งตั้งให้ฉันปกครองแผ่นดินชาม จนกระทั่งดินแดนนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยข้าวสาลีและน้ำผึ้ง ท่านก็ปลดฉันลง” มีชายคนหนึ่งลุกขึ้นและกล่าวกับคอลิดว่า “จงอดทนเถิดท่านแม่ทัพ เพราะนี่คือฟิตนะฮฺ (บททดสอบ)” คอลิดจึงลุกขึ้นและกล่าวว่า “ตราบใดที่บุตรชายของอัลค็อฏฏ็อบยังมีชีวิตอยู่ ย่อมไม่มีทางเกิดฟิตนะฮฺขึ้น”
อัลลอฮุอักบัร! นี่คือเนื้อแท้ของคอลิด เป็นแก่นแท้ที่บริสุทธิ์ซึ่งปราศจากอคติหรือการให้ร้าย มีเพียงการเชื่อฟังต่อผู้นำของศรัทธาชนและเป็นการยืนยันความจริงว่า ฟิตนะฮฺ (ความวุ่นวาย) จะไม่มีวันเกิดขึ้นตราบใดอุมัรยังมีชีวิตและลมหายใจ พลังทางจิตวิญญาณใดกันที่ควบคุมอารมณ์ของคอลิดในสถานการณ์ที่อันตรายเช่นนี้? และแรงบันดาลใจใดกันที่ถูกประทานลงบนลิ้นของท่านจนทำให้ท่านตอบกลับด้วยความสงบและมีวิจารณญาณเช่นนี้?
คอลิดเดินทางมาถึงนครมะดีนะฮฺและเข้าพบอุมัร อุมัรต้อนรับท่านด้วยบทกวีที่ผสมผสานระหว่างการสรรเสริญและการเตือนสติถึงสัจธรรมแห่งความศรัทธา ท่านอุมัรกล่าวกับคอลิดว่า “ท่านได้สร้างผลงานที่ไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน แต่สิ่งที่ผู้คนทั้งหลายกระทำนั้น ล้วนเป็นสิ่งที่อัลลอฮฺทรงบันดาลให้เกิดขึ้น” หมายความว่า โอ้คอลิด ท่านคือวีรบุรุษผู้สร้างชัยชนะ แต่จงจำไว้ว่าทุกสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นนั้น ล้วนเป็นความสำเร็จที่อัลลอฮฺได้ประทานให้แต่เพียงผู้เดียว คอลิดได้กล่าวกับอุมัรว่า “ฉันได้ร้องทุกข์เรื่องของท่านต่อชาวมุสลิม ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ท่านปฏิบัติต่อฉันในเรื่องนี้อย่างไม่งดงามนัก”
นี่เป็นการตัดพ้ออย่างสุภาพจากคอลิดต่ออุมัร ซึ่งแสดงให้เห็นความเศร้าและความเจ็บปวดจากการตัดสินใจอันเด็ดขาดที่อุมัรกระทำต่อท่าน โดยมองว่าอุมัรไม่ได้ปฏิบัติต่อท่านอย่างดีที่สุดในเรื่องนี้ อุมัรจึงถามว่า “โอ้คอลิด ท่านได้ความมั่งคั่งและทรัพย์สินนี้มาจากไหน?” คอลิดกล่าวว่า “มาจากผลประโยชน์และทรัพย์เชลยจากสงคราม และที่อยู่ตรงหน้าท่านนี้คือทรัพย์สินของฉันเอง และส่วนที่เกินกว่า 60,000 นั้นเป็นของท่าน” อุมัรจึงประเมินทรัพย์สินและสิ่งของของคอลิด และพบว่ามีจำนวน 80,000 ท่านจึงยึดทรัพย์สินจำนวน 20,000 เข้าสู่คลังของชาวมุสลิม (บัยตุลมาล)
จากนั้น อุมัรก็ได้ปิดท้ายการพบปะด้วยคำพูดที่ขจัดความขุ่นเคืองและช่วยฟื้นฟูความหมายของความเป็นพี่น้อง โดยกล่าวว่า “โอ้คอลิด ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ท่านเป็นผู้มีเกียรติยิ่งสำหรับฉัน และท่านเป็นที่รักยิ่งสำหรับฉัน และท่านจะไม่มีเรื่องใดให้ต้องตัดพ้อฉันอีกหลังจากวันนี้” ใช่แล้ว การตัดสินใจปลดคอลิดนั้นเป็นการตัดสินใจที่เจ็บปวดรวดร้าว แต่มันมาจากหลักความเชื่อของอุมัร ผู้ซึ่งไม่ยอมให้ชัยชนะถูกผูกติดอยู่กับสิ่งอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ และไม่ยินยอมให้เกิดฟิตนะฮฺ จนผู้คนหลงใหลยึดติดในตัวของคอลิด หรือแม้แต่คอลิดเองที่อาจจะหลงใหลในตัวเอง
นอกจากนี้ ยังมีอีกแง่มุมหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับความแตกต่างในแนวทางของชายทั้งสองในด้านการบริหารและการเงิน ครั้งหนึ่ง อุมัรเคยถูกถามถึงสาเหตุการปลดคอลิด ท่านตอบว่า “ฉันสั่งให้เขาใช้จ่ายทรัพย์สินแก่บรรดาผู้อพยพ (มุฮาญิรีน) ที่อ่อนแอ แต่เขากลับมอบกับผู้ที่มีอำนาจ มีเกียรติ และมีฝีปากดี” อุมัรเห็นควรให้ความสำคัญกับผู้อ่อนแอและผู้ขัดสนก่อน ในขณะที่คอลิดเห็นควรให้เกียรติแก่ผู้ที่มีอำนาจ ความกล้าหาญ และวาทศิลป์ ทั้งสองต่างมีวิจารณญาณที่แตกต่างกัน แต่เป้าหมายสูงสุดของพวกเขานั้นคือหนึ่งเดียวกัน นั่นคือการเชิดชูศาสนาของอัลลอฮฺ
และด้วยเหตุนี้ ดาบของคอลิดจึงค้อมลง แต่ไม่ได้หักสะบั้น เสียงกระทบกันของดาบของท่านเงียบลง เสียงร้องของม้าศึกของท่านก็สงบลง แต่เสียงคร่ำครวญจากหัวใจของท่านกลับดังก้องขึ้นในมุมที่เร้นลับของประวัติศาสตร์ แล้วพบกันใหม่ในตอนวาระสุดท้ายของคอลิด บินอัลวะลีด
************
สนับสนุนการทำงานของ GenFa ได้ที่ :
ธนาคารกสิกรไทย สาขานราธิวาส
เลขที่บัญชี 046-3-94417-2
ชื่อบัญชี นายอุสมาน เจะอุมา





