หะดีษที่
201
ตัวบทอาหรับ
وَعَنْ حُذَيْفَةَ وَأَبِي هُرَيْرَةَ رَضِيَ اللهُ عَنْهُمَا قَالَا : قَالَ رَسُولُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَجْمَعُ اللهُ تَبَارَكَ وَتَعَالَى النَّاسَ، فَيَقُومُ الْمُؤْمِنُونَ حَتَّى تُزْلَفَ لَهُمُ الْجَنَّةُ، فَيَأْتُونَ آدَمَ صَلَوَاتُ اللهِ عَلَيْهِ، فَيَقُولُونَ : يَا أَبَانَا اسْتَفْتِحْ لَنَا الْجَنَّةَ، فَيَقُولُ : وَهَلْ أَخْرَجَكُمْ مِنَ الْجَنَّةِ إِلَّا خَطِيئَةُ أَبِيكُمْ! لَسْتُ بِصَاحِبِ ذَلِكَ، اذْهَبُوا إِلَى ابْنِي إِبْرَاهِيمَ خَلِيلِ اللهِ قَالَ فَيَأْتُونَ إِبْرَاهِيمَ، فَيَقُولُ إِبْرَاهِيمُ : لَسْتُ بِصَاحِبِ ذَلِكَ، إِنَّمَا كُنْتُ خَلِيلًا مِنْ وَرَاءَ وَرَاءَ، اعْمَدُوا إِلَى مُوسَى الَّذِي كَلَّمَهُ اللهُ تَكْلِيمًا. فَيَأْتُونَ مُوسَى، فَيَقُولُ : لَسْتُ بِصَاحِبِ ذَلِكَ، اذْهَبُوا إِلَى عِيسَى كَلِمَةِ اللهِ وَرُوحِهِ. فَيَقُولُ عِيسَى : لَسْتُ بِصَاحِبِ ذَلِكَ.
فَيَأْتُونَ مُحَمَّدًا صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ، فَيَقُومُ فَيُؤْذَنُ لَهُ، وَتُرْسَلُ الْأَمَانَةُ وَالرَّحِمُ، فَيَقُومَانِ جَنْبَتَيِ الصِّرَاطِ يَمِينًا وَشِمَالًا، فَيَمُرُّ أَوَّلُكُمْ كَالْبَرْقِ، قُلْتُ : بِأَبِي أَنْتَ وَأُمِّي، أَيُّ شَيْءٍ كَمَرِّ الْبَرْقِ؟ قَالَ : أَلَمْ تَرَوْا إِلَى الْبَرْقِ كَيْفَ يَمُرُّ وَيَرْجِعُ فِي طَرْفَةِ عَيْنٍ؟ ثُمَّ كَمَرِّ الرِّيحِ، ثُمَّ كَمَرِّ الطَّيْرِ، وَشَدِّ الرِّجَالِ، تَجْرِي بِهِمْ أَعْمَالُهُمْ، وَنَبِيُّكُمْ قَائِمٌ عَلَى الصِّرَاطِ يَقُولُ : رَبِّ سَلِّمْ سَلِّمْ، حَتَّى تَعْجِزَ أَعْمَالُ الْعِبَادِ، حَتَّى يَجِيءَ الرَّجُلُ فَلَا يَسْتَطِيعُ السَّيْرَ إِلَّا زَحْفًا.
وَفِي حَافَتَيِ الصِّرَاطِ كَلَالِيبُ مُعَلَّقَةٌ مَأْمُورَةٌ بِأَخْذِ مَنْ أُمِرَتْ بِهِ، فَمَخْدُوشٌ نَاجٍ، وَمُكَرْدَسٌ فِي النَّارِ . وَالَّذِي نَفْسُ أَبِي هُرَيْرَةَ بِيَدِهِ، إِنَّ قَعْرَ جَهَنَّمَ لَسَبْعُونَ خَرِيفًا. رَوَاهُ مُسْلِمٌ
คำแปลภาษาไทย
และรายงานจากท่านหุซัยฟะฮฺและท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ทั้งสองกล่าวว่า : ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า "อัลลอฮฺ ตะบาเราะกะ วะตะอาลา จะทรงรวบรวมมนุษยชาติ จากนั้นบรรดาผู้ศรัทธาจะยืนขึ้นจนกระทั่งสวรรค์ถูกนำเข้ามาใกล้พวกเขา แล้วพวกเขาก็พากันไปหาอาดัม เศาะละวาตุลลอฮิ อะลัยฮฺ แล้วกล่าวว่า 'โอ้ท่านพ่อของเรา โปรดขอเปิดประตูสวรรค์ให้แก่พวกเราด้วยเถิด' อาดัมก็ตอบว่า "มีสิ่งใดอีกเล่าที่ทำให้พวกเจ้าต้องออกมาจากสวรรค์ นอกจากความผิดพลาดของพ่อพวกเจ้าคนนี้! ฉันไม่มีสิทธิ์ในเรื่องนั้น พวกเจ้าจงไปหาบุตรชายของฉัน อิบรอฮีม ผู้เป็นสหายใกล้ชิดของอัลลอฮฺ (เคาะลีลุลลอฮฺ) เถิด" ท่านนบีเล่าต่อว่า "พวกเขาจึงพากันไปหาอิบรอฮีม แต่อิบรอฮีมกล่าวว่า 'ฉันไม่มีสิทธิ์ในเรื่องนั้น แท้จริงฉันเคยเป็นสหายใกล้ชิดในลำดับรองลงมาเท่านั้น พวกเจ้าจงไปหามูซา ผู้ซึ่งอัลลอฮฺได้ทรงตรัสกับเขาโดยตรงเถิด' พวกเขาจึงพากันไปหามูซา แต่มูซากลับกล่าวว่า 'ฉันไม่มีสิทธิ์ในเรื่องนั้น พวกเจ้าจงไปหาอีซา ผู้เป็นพระดำรัสของอัลลอฮฺและดวงวิญญาณจากพระองค์เถิด' แต่อีซาก็กล่าวว่า "ฉันไม่มีสิทธิ์ในเรื่องนั้น'
แล้วพวกเขาก็พากันไปหามุฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ท่านก็ได้ลุกขึ้น แล้วท่านได้รับอนุญาต (ให้ทำหน้าที่ขอเปิดประตูสวรรค์) และอะมานะฮฺ (ความไว้วางใจ, หน้าที่ความรับผิดชอบ) ตลอดจนสัมพันธ์เครือญาติ จะถูกส่งมาให้ยืนอยู่สองฟากฝั่งของสะพานศิรอฏ ทั้งด้านขวาและซ้าย แล้วคนกลุ่มแรกในหมู่พวกท่านจะข้ามไปอย่างรวดเร็วประดุจสายฟ้าแลบ" ฉัน (ผู้รายงาน) จึงถามว่า "ผมขอไถ่ตัวท่านด้วยพ่อแม่ของผม การข้ามอย่างรวดเร็วประดุจสายฟ้าแลบคืออะไรหรือครับ?" ท่านนบีตอบว่า "พวกท่านไม่เคยเห็นสายฟ้าแลบหรือ มันพุ่งผ่านไปและกลับมา (อย่างรวดเร็ว) เพียงชั่วพริบตาเดียว? หลังจากนั้น (กลุ่มถัดมา) จะข้ามไปประดุจลมพัด หลังจากนั้นประดุจนกบิน และประดุจการวิ่งอย่างรวดเร็วของคน โดยการงาน (อะมั้ล) ของพวกเขาจะเป็นสิ่งที่พาพวกเขาไป ในขณะที่นบีของพวกท่านยืนอยู่บนสะพานศิรอฏคอยวิงวอนขอดุอาอ์ว่า 'โอ้พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ โปรดประทานความปลอดภัย โปรดประทานความปลอดภัยด้วยเถิด' จนกระทั่งการงานของบ่าวบางคนอ่อนแอเกิน จนมีชายคนหนึ่งมาถึงและไม่สามารถเดินข้ามไปได้ เว้นแต่ต้องคลานไป
และที่สองฟากฝั่งของสะพานศิรอฏนั้นมีตะขอเกี่ยวถูกแขวนไว้ ซึ่งมันได้รับคำสั่งให้เกี่ยวผู้ที่มันถูกสั่งให้เกี่ยว ดังนั้น ผู้ที่ถูกข่วนมีบาดแผลจึงรอดพ้นไปได้ ส่วนผู้ที่พลาดท่าก็ถูกผลักคว่ำคะมำตกลงไปในไฟนรก" และขอสาบานต่อผู้ที่ชีวิตของอบูฮุร็อยเราะฮฺอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ แท้จริงความลึกของก้นนรกญะฮันนัมนั้น (เทียบเท่าระยะเวลาการตกลงไปง) นาน 70 ปี
(บันทึกโดยมุสลิม)
