วันเวลาของคอลิด (ตอนที่ 12) :
คอลิดผู้ทำลายเจว็ดลาตและอุซซา
การพิชิตนครมักกะฮฺไม่ใช่จุดสิ้นสุดของเส้นทาง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของแสงสว่างที่จะแผ่ขยายไปทั่วทุกสารทิศ เพื่อขจัดความมืดมิดของยุคญาฮิลิยฺยะฮฺ (ความงมงาย) ที่หลงเหลืออยู่ในคาบสมุทรอาหรับ ตราบใดที่ยังมีเจว็ดรูปเคารพอยู่บนหน้าแผ่นดิน ดาบแห่งความจริงจะต้องลุกขึ้นมาเพื่อทำลายล้างมัน ณ ที่นี้ คอลิด บินอัลวะลีด ผู้ได้รับสมญานามว่า “ดาบของอัลลอฮฺ” ได้รับคำสั่งถือจอบแทนดาบ เพื่อทำลายล้างเศษซากทวยเทพแห่งยุคญาฮิลิยฺยะฮฺ การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่การเข่นฆ่าและนองเลือดอีกต่อไป แต่เป็นการต่อสู้เพื่อหลักศรัทธาและการสร้างสรรค์ ท่านคอลิดได้รับมอบหมายให้เดินทางไปยังฐานที่มั่นของลัทธิบูชาเจว็ด ได้แก่ เมืองฏออิฟ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานเทวรูปอัลลาต และหุบเขานัคละฮฺ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเทวรูปอัลอุซซา
สำหรับเทวรูปอัลลาตนั้น เป็นเจว็ดของเผ่าษะกีฟที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองฏออิฟ ซึ่งชาวอาหรับต่างให้ความเคารพยำเกรง มีการสร้างตำนานมากมายรอบเทวรูปนี้ มีการจุดควันหอมแห่งการตั้งภาคี และเชือดสัตว์พลีพลเพื่อความงมงาย เมื่อเผ่าษะกีฟยอมรับอิสลามหลังจากดื้อรั้นมาอย่างยาวนาน พวกเขาได้ขอร้องให้ท่านนบีมุฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เลื่อนการทำลายเทวรูปอัลลาตออกไปก่อน เนื่องจากพวกเขาเพิ่งเข้ารับอิสลามและยังคงมีความหวาดกลัวการแก้แค้นจากทวยเทพ แต่ท่านนบีปฏิเสธการต่อรองอย่างหนักแน่น พร้อมแจ้งว่ามันเป็นเพียงก้อนหินที่ไม่สามารถให้คุณหรือโทษได้
ในเดือนเราะมะฎอน ปีที่ 9 แห่งฮิจเราะฮฺศักราช ท่านนบีได้ส่งกองทหารไปทำลายเทวรูปอัลลาตภายใต้การนำของท่านคอลิด บินอัลวะลีด การเลือกคอลิดนั้นมีความหมายลึกซึ้ง เนื่องจากภารกิจนี้มีความเสี่ยงสูงและไม่อาจคาดเดาผลลัพธ์ได้ เพราะชาวษะกีฟมีความผูกพันกับอัลลาตเป็นอย่างมาก ภารกิจนี้จึงต้องการบุรุษผู้กล้าหาญที่ไม่เกรงกลัวต่อความตาย
ท่านนบีได้ส่งท่านอัลมุฆีเราะฮฺ บินชุอฺบะฮฺ ไปร่วมกับคอลิดด้วย เนื่องจากท่านเป็นผู้นำของเผ่าษะกีฟ ซึ่งรู้เส้นทางในเมืองฏออิฟเป็นอย่างดี เมื่อกองทหารไปถึง ชายและหญิงและเด็ก ๆ ต่างพากันออกมาดูสิ่งเคารพสักการะของตนเอง ผู้คนส่วนใหญ่เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าอัลลาตจะไม่มีวันถูกทำลาย และจะแก้แค้นทุกคนที่มาทำร้าย
อัลมุฆีเราะฮฺได้ก้าวออกมาคว้าจอบแล้วฟาดลงไปที่อัลลาต แต่แล้วเขากลับแสร้งทำเป็นล้มลงกับพื้นพร้อมกับจอบ ชาวเมืองต่างตื่นตระหนกและดีใจพลางตะโกนว่า “ทวยเทพได้สังหารเขาแล้ว!” บางคนถึงกับท้าทายว่าใครอยากลองดีก็ให้เข้ามาทำลายดู ไม่มีทางสำเร็จแน่ ทันใดนั้นอัลมุฆีเราะฮฺก็ลุกขึ้นกระโดดพลางหัวเราะ และกล่าวว่า “ขออัลลอฮฺทรงทำให้พวกท่านอัปยศเถิด โอ้ชาวษะกีฟ! มันเป็นเพียงก้อนหินและก้อนดินเท่านั้น จงเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺเพียงองค์เดียวเถิด” นี่คือหนึ่งในการกลั่นแกล้งที่อัลมุฆีเราะฮฺได้วางแผนไว้และบอกสหายไว้ก่อนแล้วว่า จะทำให้ทุกคนได้หัวเราะเยาะชาวษะกีฟ และเหตุการณ์นี้ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ จากนั้นคอลิดและเหล่าสหายก็ช่วยกันทุบทำลายเจว็ดอัลลาตจนราบคาบ ริบทรัพย์สินและเครื่องประดับไปทั้งหมด เจว็ดที่ชาวอาหรับเคารพมานานนับศตวรรษพังทลายลง พร้อมกับความยำเกรงต่อความเท็จที่หลุดร่วงไปจากใจผู้คน
การโจมตีอัลลาตของคอลิดคือการตอกลิ่มทะลวงจุดศูนย์กลางของลัทธิบูชาเจว็ดทั้งหมด และเป็นการประกาศว่าแสงสว่างได้มีชัยเหนือความมืดแล้ว ทว่ายังมีเทวรูปอัลอุซซา ซึ่งเป็นเจว็ดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและเป็นที่เคารพรักยิ่งของชาวกุร็อยชฺ เทวรูปนี้ตั้งอยู่กลางหมู่ไม้ใหญ่ในหุบเขานัคละฮฺ ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่พำนักของพระเจ้าในช่วงฤดูร้อน
ในเดือนเราะมะฎอน ปีที่ 8 แห่งฮิจเราะฮฺศักราช ท่านนบีได้ส่งท่านคอลิด บินอัลวะลีด ไปทำลายเทวรูปอัลอุซซา คอลิดพร้อมทหารม้า 30 นายได้เดินทางไปตัดต้นไม้และทำลายวิหารทิ้ง จากนั้นก็กลับมาแจ้งความสำเร็จแก่ท่านนบี ท่านนบีถามว่า “ท่านเห็นสิ่งใดบ้างไหม” เมื่อคอลิดตอบว่า “ไม่มีครับ” ท่านนบีจึงสั่งว่า “จงกลับไป เพราะท่านยังไม่ได้ทำสิ่งใดเลย”
เมื่อคอลิดกลับไปเป็นครั้งที่สอง ผู้ดูแลเทวรูปเห็นท่าน จึงพากันหนีขึ้นเขาพลางตะโกนขอให้อัลอุซซาสาปแช่งคอลิดให้วิกลจริตและตาบอด ทันใดนั้นก็มีหญิงชราผิวดำร่างเปลือยเปล่า ผมเผ้ายุ่งเหยิง ปรากฏตัวขึ้นมาพร้อมเสียงกรีดร้องและคำราม เมื่อคอลิดเห็นดังนั้น ท่านรู้ทันทีว่านี่คือชัยฏอนมารร้ายที่คอยหลอกลวงผู้คนในนามของอัลอุซซา ท่านประกาศกร้าวว่า “โอ้อุซซา ข้าขอปฏิเสธศรัทธาต่อเจ้า ข้าไม่ขอสรรเสริญเจ้า แท้จริงข้าเห็นแล้วว่าอัลลอฮฺทรงทำให้เจ้าต่ำต้อย” จากนั้นท่านก็ชักดาบฟันร่างของนางขาดเป็นสองท่อน เมื่อกลับไปรายงานให้ท่านนบีฟัง ท่านก็ยืนยันว่า “นั่นแหละคืออุซซา และมันสิ้นหวังที่จะถูกเคารพบูชาในดินแดนของพวกท่านตลอดไป”
บทสรุปและจุดสิ้นสุดของความงมงาย ด้วยเหตุนี้ เจว็ดรูปเคารพสุดท้ายของยุคญาฮิลิยฺยะฮฺในคาบสมุทรอาหรับจึงแตกสลายลง เทวรูปอัลลาตและอัลอุซซาพังทลายลงภายในเวลาเพียงสองวันจากเงื้อมมือของท่านคอลิด ท่านยกจอบขึ้นไม่ใช่เพื่อทำลายกำแพง แต่เพื่อพังทลายยุคสมัยแห่งความเชื่อเรื่องโชคลางและความหลงผิดที่ยาวนาน หลังจากนี้ท่านคอลิดจะถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจทั้งทางตะวันออกและตะวันตก เพื่อดับไฟแห่งการตั้งภาคีและนำพาสารแห่งอิสลามไปทั่วหล้า เพื่อให้ “ดาบของอัลลอฮฺ” ยังคงถูกชักออกมาตราบที่ความเท็จยังคงต่อกรกับความจริง
************
สนับสนุนการทำงานของ GenFa ได้ที่ :
ธนาคารกสิกรไทย สาขานราธิวาส
เลขที่บัญชี 046-3-94417-2
ชื่อบัญชี นายอุสมาน เจะอุมา





