วันเวลาของคอลิด (ตอนที่ 16) :
คอลิดผู้ปราบนบีปลอมมุสัยละมะฮฺ
เมื่อไฟแห่งสงครามปราบกบฏ (สงครามริดดะฮฺ) ได้ปะทุขึ้นในดินแดนอัลยะมามะฮฺ ท่านอบูบักร อัศศิดดี๊ก เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ ได้ส่งกองทัพที่ยิ่งใหญ่ 2 กองไป กองแรกนำโดยอิกริมะฮฺ บินอบีญะฮลฺ และกองที่สองนำโดยชุเราะหฺบีล บินหะสะนะฮฺ จากนั้นท่านได้สั่งการให้คอลิด บินอัลวะลีด ติดตามไปสมทบ หลังจากเสร็จสิ้นจากการทำศึกกับฏุลัยหะฮฺ อัลอะสะดีย์ และตระกูลตะมีม นี่เป็นหลักฐานแสดงถึงความรู้และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งของท่านอบูบักรฺในฐานะผู้นำ ระดับความแข็งแกร่งของศัตรู รวมถึงความตระหนักว่าสงครามอัลยะมามะฮฺจะเป็นสงครามที่รุนแรงและโหดร้ายที่สุด ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ
วันเวลาผ่านไป คาบสมุทรอาหรับต้องสั่นสะเทือนด้วยข่าวที่น่าตกใจว่า อิกริมะฮฺพ่ายแพ้ และชุเราะหฺบีลต้องถอยร่นต่อหน้ากองทัพขนาดมหึมาของมุสัยละมะฮฺ จอมโกหก ตอนนั้นเอง ท่านคอลิด บินอัลวะลีด จึงรีบรุดควบม้าเดินทางอย่างรวดเร็ว โดยไม่ปล่อยให้ผู้ที่ละทิ้งศาสนา (มุรตัด) คนใดที่พบระหว่างทางรอดพ้นไปได้ เว้นแต่จะจัดการขั้นเด็ดขาด เมื่อสัจญาหฺ สตรีผู้แอบอ้างเป็นศาสดา ได้ยินข่าวการมาของคอลิด นางก็รีบหลบหนีไป ความชั่วร้ายของนางจึงสิ้นสุดลงและกองทัพของนางก็แตกพ่าย ท่านคอลิดได้เผชิญหน้ากับกองระวังหลังของนางและทำลายจนย่อยยับ จนกระทั่งท่านเดินทางมาถึงอัลยะมามะฮฺ และได้พบกับอิกริมะฮฺและชุเราะหฺบีล กองทัพของคอลิดจึงได้ผนึกกำลังเข้ากับกองทัพทั้งสองอย่างแข็งแกร่ง
ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะปะทะกัน ท่านคอลิดได้ใช้หนึ่งในกลยุทธ์ทางการทหารของท่าน โดยเริ่มต้นการรบด้วย “สงครามจิตวิทยา” ท่านได้ส่งสาส์นเป็นบทกวีที่เฉียบคมไปยังผู้นำบางคนของตระกูลหะนีฟะฮฺ เพื่อเตือนพวกเขาถึงความหายนะหากพวกเขาเผชิญหน้ากับกองทัพแห่งเตาฮีด นอกจากนี้ ท่านคอลิดยังได้มอบหมายให้ อุมัยรฺ อัลยัชกุรีย์ ซึ่งมาจากเผ่าตระกูลหะนีฟะฮฺและได้เข้ารับอิสลามอย่างลับ ๆ ให้ไปข่มขวัญชนเผ่าของตนเองให้เกรงกลัวต่อแสนยานุภาพของกองทัพมุสลิม เขาจึงตะโกนบอกพวกพ้องด้วยความอัดอั้นและหนักแน่นว่า
“คอลิดได้นำกองทัพชาวมุฮาญิรีนและชาวอันศอรมาล้อมพวกท่านแล้ว หากพวกท่านเผชิญหน้าพวกเขาด้วยความอดทน พวกเขาก็จะเอาชนะพวกท่านด้วยชัยชนะ และหากพวกท่านเหนือกว่าพวกเขาด้วยจำนวนกำลังพล พวกเขาก็จะเอาชนะพวกท่านด้วยกำลังเสริม พวกท่านและพวกเขาไม่เหมือนกัน พวกเขามีความปีติยินดีในการศรัทธา แต่พวกท่านมีความหลงผิด ผู้นำของพวกเขาคือศาสดา แต่ผู้นำของพวกท่านคือจอมโกหก”
อีกทั้ง ท่านคอลิดยังได้ส่งษุมามะฮฺ บินอุษาล อัลหะนะฟีย์ ไปบั่นทอนกำลังใจของชนเผ่าของตนเองและโน้มน้าวพวกเขา โดยกล่าวกับชนเผ่าของเขาว่า “แท้จริงแล้วอบูบักรได้ส่งบุรุษผู้หนึ่งที่มีสมญานามว่า ‘ดาบของอัลลอฮฺ’ มาหาพวกท่านพร้อมกับดาบอีกมากมาย ดังนั้น จงพิจารณาและทบทวนการตัดสินใจของพวกท่านเถิด”
จากนั้นการเผชิญหน้าที่สั่นสะเทือนปฐพีก็มาถึง กองทัพทั้งสองปะทะกันบนแผ่นดินอัลยะมามะฮฺ ตระกูลหะนีฟะฮฺต่อสู้อย่างดุเดือดในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน และชาวมุสลิมก็เริ่มร่วงหล่นพลีชีพเป็นชะฮีดติดต่อกันอย่างรวดเร็วจนน่าวิตก กองทัพมุสลิมเกือบจะพ่ายแพ้ต่อหน้ากองทัพมุสัยละมะฮฺ คลื่นของพวกกบฏถาโถมเข้ามาจนถึงเต็นท์ของท่านคอลิดและบุกเข้าไปถึงกลุ่มผู้หญิง ทำให้ทหารมุสลิมบางส่วนเริ่มถอยหนี
ณ จุดนี้เอง ท่านคอลิดได้พลิกสถานการณ์ด้วยความอัจฉริยะ โดยตะโกนก้องสั่งกองทัพด้วยเสียงอันดังลั่นว่า “จงแยกแยะตนเองเถิด โอ้ผู้คนในวันนี้! จงแยกแยะตนเองเถิด โอ้ผู้คนในวันนี้! เพื่อที่เราจะได้เห็นการทดสอบของแต่ละเผ่า” หมายถึง ให้ทหารแยกกลุ่มและจำแนกตนเอง โดยให้แต่ละคนต่อสู้ภายใต้ธงของชนเผ่าตนเอง ท่านคอลิดกล่าวเช่นนี้เพื่อจะได้ประเมินว่าความพ่ายแพ้นั้นมาจากจุดใด เหล่าทหารต่างตอบรับเสียงเรียกนั้น ชาวมุฮาญิรีนจึงต่อสู้ภายใต้ธงมุฮาญิรีน ชาวอันศอรต่อสู้ภายใต้ธงอันศอร ชาวอาหรับชนบท (เบดูอิน) ต่อสู้ภายใต้ธงของอาหรับชนบท และทุกชนเผ่าต่างก็ต่อสู้ภายใต้ธงของตนเอง ด้วยวิธีนี้ทำให้ผู้คนรู้สึกละอายใจที่จะวิ่งหนี และทุกชนเผ่าต่างหวาดกลัวว่าชาวอาหรับจะเยาะเย้ยพวกเขาว่า เป็นพวกที่หนีทัพจากการทำสงครามศักดิ์สิทธิ์
ด้วยการตัดสินใจเช่นนี้ คอลิดจึงสามารถหยุดยั้งความโกลาหลและอุดช่องโหว่ไว้ได้สำเร็จ ความกระตือรือร้นได้กลับคืนสู่กองทัพ และความหวงแหนในเกียรติยศก็พลุ่งพล่านในหัวใจของเหล่านักรบ วิสัยทัศน์อันชาญฉลาดของผู้นำสามารถแก้ไขปัญหาได้ถูกเวลา เสียงตะโกนของบรรดาเศาะหาบะฮฺดังกระหึ่ม โดยพวกเขาต่างตักเตือนกันและกันว่า “โอ้ เหล่าสหายแห่งสูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะห์ วันนี้เวทมนตร์ได้สูญสิ้นไปแล้ว!” และอบูหุซัยฟะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ ได้ตะโกนว่า “โอ้ชาวอัลกุรอานทั้งหลาย จงประดับอัลกุรอานของพวกท่านด้วยการลงมือทำเถิด!”
ษาบิต บินก็อยสฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ ได้ขุดหลุมฝังเท้าของตนลงไปในดินจนถึงครึ่งหน้าแข้งเพื่อยืนหยัดต่อสู้ ณ ที่แห่งนั้น ขณะที่ซัยดฺ บินอัลค็อฏฏอบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ ได้กล่าวว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ฉันจะไม่พูดคุยสิ่งใดจนกว่าอัลลอฮฺจะทำให้พวกเขาพ่ายแพ้ หรือจนกว่าฉันจะได้พบกับพระองคื แล้วนำข้อพิสูจน์ของฉันไปกราบทูลต่อพระองค์” จากนั้นท่านก็ได้กลับไปสู่พระผู้เป็นเจ้าของท่านในฐานะชะฮีด
สถานการณ์พลิกผันอย่างกะทันหัน แถวของกองทัพกบฏพังทลายลงต่อหน้าเหล่าทหารผู้ศรัทธา ชาวมุสลิมบุกตะลุยเข้าใส่แนวรับของศัตรูและสังหารพวกเขาอย่างหนักหน่วง จนกระทั่งศัตรูต้องหลบหนีเข้าไปซ่อนตัวในป้อมปราการอันยิ่งใหญ่ของพวก ซึ่งเรู้จักกันในชื่อ “สวนแห่งความตาย” มุสัยละมะฮฺได้เข้าไปหลบภัยอยู่ที่นั่น ทว่า กองทัพมุสลิมได้บุกทะลวงเข้าไปในสวนนั้นอย่างน่าอัศจรรย์ เสียงตะโกน “อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร” (อัลลอฮฺทรงยิ่งใหญ่ที่สุด) ดังสนั่นจนสั่นสะเทือนกำแพงป้อม วะหฺชีย์ บินหัรบฺ ผู้ซึ่งในอดีตเคยสังหารท่านฮัมซะฮฺ บินอับดุลมุฏเฏาะลิบ ได้พุ่งทะยานเข้าไปและขว้างหอกใส่มุสัยละมะฮฺจนทะลุร่าง จากนั้นอบูดุญานะฮฺก็ได้รุดหน้าเข้าไปฟันเขาด้วยดาบจนล้มลง มุสัยละมะฮฺล้มกลิ้งดิ้นทุรนทุรายในกองเลือดของตนเอง ธงแห่งความมุสาและการหลอกลวงจึงร่วงหล่นไปพร้อมกับเขา และความชั่วร้ายของเขาก็สิ้นสุดลง
ท่านคอลิดเดินตรวจสอบผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ท่านมองไปที่ศพของมุสัยละมะฮฺและเห็นว่าเขามีใบหน้าสีเหลืองซีด จมูกแบน และอัปลักษณ์ ท่านจึงกล่าวอย่างเหยียดหยามว่า “ขออัลลอฮฺทรงสาปแช่งพวกเจ้าที่ไปหลงติดตามผู้ชายคนนี้”
พี่น้องที่รักทั้งหลาย สงครามอัลยะมามะฮฺเป็นสงครามที่รุนแรงที่สุดในบรรดาสงครามปราบกบฏริดดะฮฺ ผู้ติดตามของมุสัยละมะฮฺจำนวน 20,000 คน ต้องพินาศ และชาวมุสลิมกว่า 200 คนได้พลีชีพเป็นชะฮีด ซึ่งในบรรดาผู้พลีชีพเหล่านั้นมีทั้งกลุ่มเศาะหาบะฮฺชั้นเลิศและผู้ท่องจำอัลกุรอานรวมอยู่ด้วย ใช่แล้ว ความจริงได้รับชัยชนะ แต่ต้องแลกมาด้วยราคาที่แสนแพง และที่นครมะดีนะฮฺ ท่านอบูบักร อัศศิดดี๊ก เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ ได้ทำการสุญูดขอบคุณต่ออัลลอฮฺ หลังจากที่พระองค์ได้ทรงขจัดมลทินแห่งความมุสาและการละทิ้งศาสนา (ริดดะฮฺ) ให้หมดไปจากคาบสมุทรอาหรับ
แต่ทว่า เสียงเพรียกใหม่ได้ดังกึกก้องขึ้นจากพรมแดนอิรัก ที่นั่นยังมีสมรภูมิอื่นรอคอยคอลิดอยู่ จากอัลยะมามะฮฺมุ่งสู่กาซิมะฮฺ เพื่อเริ่มต้นบทใหม่แห่งการพิชิตอิรักด้วยดาบของคอลิด บินอัลวะลีด เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ
************
สนับสนุนการทำงานของ GenFa ได้ที่ :
ธนาคารกสิกรไทย สาขานราธิวาส
เลขที่บัญชี 046-3-94417-2
ชื่อบัญชี นายอุสมาน เจะอุมา





