วันเวลาของคอลิด (ตอนที่ 8) :
คอลิดเข้ารับอิสลามแล้ว!
หลังจากได้รับจดหมายจากอัลวะลีด บินอัลวะลีด คอลิดรู้สึกว่านครมักกะฮฺนั้นคับแคบลงสำหรับเขา และหัวใจของคอลิดก็ไม่สามารถทนต่อความเหินห่างของมันได้อีกต่อไป จึงตัดสินใจอพยพไปยังนครมะดีนะฮฺเพื่อไปหาท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม มุ่งสู่แสงสว่างที่ตนเองเคยจับดาบต่อต้านมาตลอด คอลิดเริ่มมองหาสหายที่จะร่วมเดินทางอพยพไปด้วยกัน ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การเดินทางธรรมดา แต่เป็นการข้ามผ่านความมืดมิดไปสู่แสงสว่าง
คอลิดเล่าว่า “ข้าได้พบกับศ็อฟวาน บินอุมัยยะฮฺ และกล่าวกับเขาว่า ‘โอ้อบูวะฮับ ท่านไม่เห็นหรือว่ามุฮัมหมัดมีชัยเหนือชาวอาหรับและชาวต่างชาติแล้ว หากเราไปหาและติดตามมุฮัมหมัดเถิด เกียรติยศของมุฮัมหมัดก็คือเกียรติยศของพวกเราเอง’ แต่ศ็อฟวานปฏิเสธและกล่าวด้วยความหยิ่งทะนงว่า ‘แม้ว่าจะเหลือข้าเพียงคนเดียวในเผ่ากุร็อยชฺ ข้าก็จะไม่มีวันตามเขาเด็ดขาด’” คอลิดจึงผละจากไปพร้อมกับรำพึงว่า “ชายผู้นี้ตกเป็นทาสของความแค้น เขามองไม่เห็นสิ่งใดเลยนอกจากเลือดของบิดาและพี่ชายที่ถูกสังหารในสมรภูมิบัดรฺ”
จากนั้นคอลิดก็ได้เดินทางไปหาอิกริมะฮฺ บินอบีญะฮลฺ และเสนอแบบเดียวกัน ซึ่งก็ได้คำตอบไม่ต่างจากศ็อฟวาน คอลิดจึงกล่าวอำลาและขอให้เขาเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ และอิกริมะฮฺก็รับปาก แล้วทั้งสองก็แยกจากกัน ในขณะที่ไฟในใจของคอลิดเริ่มลุกโชนและขยายใหญ่ขึ้น เขาคิดที่จะชวนอุษมาน บินฏ็อลหะฮฺ ให้ออกเดินทางไปด้วยกัน แต่ก็นึกถึงญาติพี่น้องของอุษมาน ทั้งบิดา ลุง และพี่น้องอีกสี่คน ซึ่งล้วนถูกสังหารในสมรภูมิอุหุด ทำให้รู้สึกลำบากใจที่จะพูดคุยเรื่องอิสลาม แต่แล้วคอลิดก็กล่าวกับตนเองว่า “ข้าจะสนใจไปทำไม ในเมื่อข้ากำลังจะจากไปในเวลานี้แล้ว” คอลิดจึงไปหาอุษมาน บินฏ็อลหะฮฺ และเล่าสิ่งตั้งใจไว้ แล้วอุษมานก็ทำให้คอลิดต้องประหลาดใจ
อุษมานได้กล่าวว่า “วันนี้ข้าตื่นขึ้นมาพร้อมกับความตั้งใจที่จะออกเดินทางเช่นกัน และข้าก็เตรียมอูฐไว้พร้อมแล้ว” คอลิดรู้สึกยินดีที่ได้ผู้ร่วมทาง อุษมานผู้นี้มาจากตระกูลอับดุดดาร ผู้ถือกุญแจอาหารกะอฺบะฮฺ ซึ่งการเข้ารับอิสลามของเขาจะถือเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเมืองอย่างมหาศาลให้กับรัฐอิสลาม ทั้งสองจึงออกเดินทางมุ่งหน้าสู่นครมะดีนะฮฺด้วยกัน และระหว่างทางพวกเขาได้พบกับอัมรู บินอัลอาศ บุรุษผู้ปราดเปรื่องเฉกเช่นคอลิด อัมรูได้กล่าวทักทายว่า “ยินดีต้อนรับสหายทั้งสอง พวกท่านกำลังจะเดินทางไปที่ไหนหรือ?” คอลิดตอบว่า “หนทางเป็นที่ประจักษ์และความจริงก็ปรากฏชัดแล้ว ว่าชายผู้นั้นคือศาสนฑูตของพระเจ้า ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ข้าจะไปเข้ารับอิสลาม” อัมรูจึงกล่าวขึ้นว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ข้าก็ไม่ได้ออกเดินทางมาด้วยเหตุผลอื่นใดนอกจากเพื่อเข้ารับอิสลามเช่นกัน”
นับเป็นความประหลาดใจที่หัวใจทั้งสามดวงได้รับการชี้นำในช่วงเวลาเดียวกัน หลังจากที่เมื่อวานนี้ยังเป็นเปลวไฟที่ลุกโชนในการต่อต้านอิสลาม แต่วันนี้กลับกลายเป็นโคมไฟแห่งทางนำที่มุ่งหน้าสู่นครมะดีนะฮฺ เมื่อพวกเขามาถึงมะดีนะฮฺ พวกเขาได้หยุดพักพาหนะไว้ที่บริเวณรอบนอก เมื่อท่านนบีได้รับแจ้งถึงการมาของพวกเขา ใบหน้าของท่านก็เบิกบานและท่านได้กล่าวแก่บรรดาเศาะหาบะฮฺ ว่า “เมืองมักกะฮฺได้โยนตับ (หมายถึง บุคคลอันเป็นที่รักและทรงคุณค่าที่สุด) ของมันให้กับพวกท่านแล้ว”
แท้จริงแล้วการเข้ารับอิสลามของบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสามในวันเดียวกันนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญไม่เพียงแต่ในประวัติศาสตร์ของคาบสมุทรอาหรับเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติทั้งหมดด้วย เนื่องจากผลกระทบจากการเข้ารับอิสลามของพวกเขานั้นจะมีผลต่อโลกใบนี้อย่างไม่มีวันสิ้นสุด คอลิดใช้เวลาเล็กน้อยเพื่อสวมใส่เสื้อผ้าที่ดีที่สุดและปัดเป่าฝุ่นผงแห่งยุคญาฮิลิยฺยะฮฺ (ความงมงาย) ออกจากตัว ประหนึ่งว่าเขากำลังเตรียมพร้อมสำหรับการพบปะที่รอคอยมาแสนนาน คือการพบปะระหว่างหัวใจที่เคยหลงทางกับนบีผู้เคยขอพรให้คอลิดแม้ในยามที่เขาไม่อยู่
ทันใดนั้นพี่ชายของคอลิด คืออัลวะลีดก็รีบวิ่งเข้ามาหาด้วยดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความปิติยินดีอย่างยิ่ง พร้อมกับกล่าวว่า “รีบเข้าเถิดคอลิด ท่านเราะสูลุลลอฮฺทราบการมาถึงของเจ้าแล้ว และท่านก็ยินดีมากด้วย” คอลิดเร่งฝีเท้าเดินไปข้างหน้า ด้วยก้าวย่างที่ไม่เหมือนย่างก้าวของแม่ทัพทหารม้า แต่เป็นก้าวย่างของผู้สำนึกผิดที่หวนกลับคืน จนกระทั่งได้เข้าพบกับท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ท่านนบียังคงยิ้มให้คอลิดจนกระทั่งเขาได้นั่งลงเบื้องหน้าท่าน คอลิดได้กล่าวทักทายว่า “ขอความศานติจงมีแด่ท่าน โอ้ท่านเราะสูลของอัลลอฮฺ” ท่านนบีได้ตอบรับคำทักทายด้วยใบหน้าที่เบิกบานและเปี่ยมด้วยความสงบ คอลิดจึงกล่าวว่า “ข้าขอปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ และท่านคือศาสนทูตของพระองค์” ใบหน้าของท่านนบีเบิกบานขึ้นและได้กล่าวว่า “มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ ผู้ทรงชี้ทางแก่ท่าน แท้จริงข้าเห็นว่าท่านมีสติปัญญาที่ดี และข้าก็หวังว่ามันจะไม่นำพาท่านไปสู่สิ่งใดนอกจากความดีงาม”
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนน้ำเย็นที่รดลงบนหัวใจที่กำลังร้อนรุ่ม คอลิดรู้สึกซาบซึ้งและร้องไห้ออกมา วีรบุรุษทหารม้าแห่งกุร็อยชฺ ผู้ไม่เคยรู้จักการร้องไห้มาก่อนได้หลั่งน้ำตาออกมา คอลิดร้องไห้เพราะหวนรำลึกถึงทุกสมรภูมิที่เคยเข้าร่วม ใบหน้าของผู้คนที่คอลิดเคยห้ำหั่น เลือดที่เคยหลั่ง และบาดแผลที่ตนเคยเป็นต้นเหตุ จากนั้นคอลิดก็ได้กล่าวว่า “โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ท่านได้เห็นแล้วว่า ข้าเคยอยู่ในสมรภูมิเหล่านั้นเพื่อต่อต้านท่านและต่อต้านความจริง ได้โปรดวิงวอนต่ออัลลอฮฺให้ทรงอภัยโทษแก่ข้าด้วยเถิด” ท่านนบีจึงกล่าวว่า “คอลิด อิสลามได้ลบล้างสิ่ง (บาป) ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นแล้ว” คอลิดจึงกล่าวด้วยความตื้นตันว่า “ข้าพึงพอใจในสิ่งที่ท่านกล่าวแล้วครับ ท่านเราะสูลุลลอฮฺ” ท่านนบีจึงกล่าววิงวอนว่า “โอ้อัลลอฮฺ โปรดอภัยโทษแก่คอลิด บินอัลวะลีด สำหรับทุกสิ่งที่เขาได้กระทำเพื่อกีดกันผู้คนออกจากหนทางของพระองค์ด้วยเถิด”
คอลิดเข้ารับอิสลามเมื่ออายุได้ 47 ปี และในวินาทีนั้นเอง จารึกอดีตของเขาก็ได้ถูกพับเก็บไป ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาถูกลบล้าง และดาบของเขาก็ถูกชำระล้างด้วยน้ำตาแห่งความสำนึกผิดอย่างแท้จริง คอลิดได้กล่าวว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ นับตั้งแต่วันที่ข้าเข้ารับอิสลาม ไม่มีใครในหมู่เศาะหาบะฮฺที่ท่านเราะสูลของอัลลอฮฺจะให้ความไว้วางใจในกิจการที่ยากลำบากเทียบเท่ากับข้าเลย”
นับตั้งแต่วันที่แสงสว่างแห่งศรัทธาได้สาดส่องเข้าไปในหัวใจของคอลิด ประวัติศาสตร์ก็ได้เริ่มจารึกบทใหม่อีกครั้ง บทที่หน้ากระดาษเต็มไปด้วยเสียงกระทบของคมดาบที่ถูกชูขึ้นเพื่อสัจธรรม และกาลเวลาจะได้ประจักษ์ถึง “วันเวลาแห่งคอลิด” วันเวลาที่ท่านจะชูดาบขึ้นเผชิญหน้ากับความอยุติธรรม ทำให้บัลลังก์ของเหล่ากษัตริย์ต้องสั่นคลอน มงกุฎต้องร่วงหล่นต่อหน้า อาณาจักรและดินแดนต่าง ๆ จะถูกเปิดออกเบื้องหน้ากองทัพของท่าน และธงแห่งทางนำและความศรัทธาจะถูกชูขึ้นอย่างสง่างามตลอดกาล
ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ไม่มีใครเคยนำพากองทัพได้เฉกเช่นท่านคอลิด ทั้งในด้านความคิด การวางแผน และความกล้าหาญ ท่านคว้าเกียรติยศสูงสุดด้วยคมหอกและดาบ ท่านคือดาบของพระผู้ทรงเมตตาที่ฟันฝ่าเอาชนะความเฉียบคมของดาบเล่มอื่น ๆ เป็นดาบที่ถูกกวัดแกว่งเพื่อชัยชนะของเรา และเหล่าผู้กล้าทั้งหลายต่างยึดถือท่านเป็นแบบอย่างในความกล้าหาญตลอดไป
************
สนับสนุนการทำงานของ GenFa ได้ที่ :
ธนาคารกสิกรไทย สาขานราธิวาส
เลขที่บัญชี 046-3-94417-2
ชื่อบัญชี นายอุสมาน เจะอุมา





