วันเวลาของคอลิด (ตอนที่ 14) :
กษัตริย์ดูมะตุลญันดัลในเงื้อมมือของคอลิด
ในปีที่ 9 แห่งฮิจเราะฮฺศักราช จักรพรรดิเฮราคลิอุสแห่งจักรวรรดิโรมันรู้สึกหวั่นวิตกเมื่อเห็นอำนาจของอิสลามแผ่ขยายไปทั่วคาบสมุทรอาหรับ จึงได้รวบรวมกำลังพลประมาณ 40,000 นาย มุ่งหน้าสู่พรมแดนคาบสมุทรอาหรับ ด้วยความมุ่งหวังที่จะดับรัศมีของอัลลอฮฺและทำสงครามกับรัฐอิสลามที่เพิ่งก่อตั้งขึ้น เมื่อข่าวนี้ทราบถึงท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ท่านก็ได้เรียกร้องให้บรรดาเศาะหาบะฮฺเตรียมพร้อมสำหรับการญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺ และนำทัพออกไปจนถึงเมืองตะบู๊ก ที่นั่นท่านได้รับข่าวดีว่าอัลลอฮฺทรงปกป้องชาวมุสลิมจากความชั่วร้ายของเฮราคลิอุสแล้ว และเฮราคลิอุสได้ถอยทัพออกจากดะมัสกัส ล้มเลิกความพยายามอันสิ้นหวังและล้มเหลวของเขา
สงครามตะบู๊กจึงสิ้นสุดลงโดยไม่มีการต่อสู้ เพราะนี่คือสงครามแห่งศรัทธา ไม่ใช่สงครามแห่งหอกดาบ จากตะบู๊กท่านเราะสูลุลลอฮฺได้ส่งท่านคอลิด บินอัลวะลีด พร้อมทหารม้า 420 นาย ในภารกิจพิเศษตามหา อุกัยดิร อัลกินดีย์ กษัตริย์คนค์หนึ่งของชาวอาหรับคริสเตียนที่เป็นพันธมิตรกับโรมัน ซึ่งปกครองเมืองดูมะตุลญันดัล เมืองนี้เป็นป้อมปราการที่แข็งแกร่ง ล้อมรอบด้วยเผ่ากัลบฺ ซึ่งเป็นหนึ่งในเผ่าที่มีจำนวนคนและความกล้าหาญที่สุด คอลิดรู้สึกประหลาดใจและได้ถามว่า “ท่านเราะสูลุลลอฮฺครับ ข้าจะจัดการกับเขาได้อย่างไรในเมื่อข้ามีกำลังคนเพียงหยิบมือเท่านั้นเอง?” ท่านเราะสูลุลลอฮฺจึงแจ้งข่าวดีว่า คอลิดจะไปถึงตัวอุกัยดิร อัลกินดีย์ และจะมีชัยเหนือเขา พร้อมกล่าวว่า “ท่านจะพบเขากำลังล่าวัว (ป่า) แล้วท่านก็จงจับตัวเขาไว้” ท่านคอลิดเริ่มภารกิจอันยากลำบากนี้และเดินทางข้ามพื้นที่ทุรกันดาร
ในเส้นทางที่เต็มไปด้วยอันตรายกระทั่งไปถึงเมืองดูมะตุลญันดัล และได้เห็นอุกัยดิร อัลกินดีย์ อยู่นอกป้อมปราการของเขา แวดล้อมไปด้วยผู้ติดตาม คอลิดและกองทหารม้าได้บุกจู่โจมและจับกุมเขาไว้ได้ ในขณะที่คนอื่น ๆ พากันวิ่งหนีไป อุกัยดิร อัลกินดีย์ สวมเครื่องประดับแบบกษัตริย์ สวมเสื้อคลุมที่ทำจากผ้าไหมทอด้วยดิ้นทองคำ ซึ่งมีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง ท่านคอลิดส่งเสื้อคลุมของอุกัยดิรไปให้ท่านเราะสูลุลลอฮฺก่อนที่ตัวท่านจะเดินทางกลับไปถึง
นี่เป็นสัญลักษณ์อันชาญฉลาดจากคอลิด ประหนึ่งจดหมายแห่งชัยชนะอันเงียบงันที่บอกว่า “ภารกิจลุล่วงแล้ว และกษัตริย์ถูกจับเป็นเชลยแล้ว” เมื่อเสื้อคลุมอันหรูหรามาถึงนครมะดีนะฮฺ เหล่าเศาะหาบะฮฺต่างประหลาดใจในความงดงาม ความเงาวับ และความอ่อนนุ่มของมัน เป็นความงามที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน และพากันสัมผัสด้วยความชื่นชม ท่านเราะสูลุลลอฮฺจึงได้กล่าวแก่พวกเขาเพื่อลดทอนความลุ่มหลงในทรัพย์สมบัติบนโลกนี้ว่า “ขอสาบานต่อผู้ที่ชีวิตของมุฮัมหมัดอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ ผ้าเช็ดหน้าในสวรรค์ของสะอดฺ บินมุอ๊าซ งดงามยิ่งกว่านี้เสียอีก!”
และในอีกด้านหนึ่ง ท่านเราะสูลุลลอฮฺได้สั่งเสียคอลิดไว้ว่า “หากท่านจับอุกัยดิรได้ อย่าได้ฆ่าเขา แต่จงนำตัวเขามาหาข้า” ดังนั้น เมื่อคอลิดจับกุมอุกัยดิรไว้ได้ ท่านจึงกล่าวด้วยความฉลาดหลักแหลมและมีชั้นเชิงว่า “ท่านจะตกลงไหม หากข้าจะละเว้นชีวิตท่านจนกว่าจะนำตัวท่านไปยังท่านเราะสูลุลลอฮฺ แลกกับการที่ท่านเปิดเมืองดูมะตุลญันดัลให้กับข้า?” อุกัยดิร อัลกินดีย์ ประทับใจในข้อเสนอและตอบตกลง
มหาบริสุทธิ์แด่อัลลอฮฺ นี่คือสัญญาณแห่งอัจฉริยภาพของคอลิด ท่านไม่เพียงแต่ปฏิบัติตามคำสั่งของท่านเราะสูลุลลอฮฺ แต่ยังพลิกสถานการณ์ให้เป็นโอกาสเชิงกลยุทธ์และเวทีสำหรับการเจรจาต่อรอง ด้านหนึ่งท่านปฏิบัติตามคำสั่งของท่านเราะสูลุลลอฮฺ แต่ยิ่งไปกว่านั้นคือ ท่านยังเจรจาเพื่อเปิดป้อมปราการและยึดเอาทรัพย์เชลยที่อยู่ภายในมาด้วย นี่คือสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังทางความคิดของท่านคอลิดซึ่งเหนือกว่าพลังทางทหาร ท่านคอลิดพร้อมอุกัยดิรมุ่งหน้าไปยังป้อมปราการดูมะตุลญันดัล โดย “มุศ็อด” น้องชายของอุกัยดิรได้ซ่อนตัวอยู่ในป้อมปราการและปฏิเสธที่จะเปิดประตูให้จนกว่าคอลิดจะปล่อยตัวอุกัยดิรพี่ชายของเขา และให้ความปลอดภัยแก่เขาและชาวเมืองดูมะตุลญันดัลทั้งหมด
ณ จุดนี้ ความอัจฉริยะของคอลิดก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ท่านไม่โกรธกริ้วหรือดื้อดึง แต่จัดการสถานการณ์ด้วยความรอบคอบและมีวิจารณญาณ ท่านคอลิดตกลงที่จะให้ความปลอดภัยแก่พวกเขา แต่มีเงื่อนไขที่แฝงด้วยความเฉียบแหลม คือพวกเขาจะต้องมอบอูฐ 1,000 ตัว, ม้า 800 ตัว, เสื้อเกราะ 400 ชุด และหอก 400 เล่ม พวกเขาก็ตอบตกลง และสนธิสัญญาสันติภาพก็บรรลุผล ด้วยเหตุนี้ ท่านคอลิดจึงก้าวออกจากสถานการณ์นี้ในฐานะผู้ชนะในทุกด้าน ท่านเปิดป้อมปราการ ทำสัญญาสันติภาพ รักษาชีวิตผู้คน และนำกษัตริย์มาเป็นเชลยศึกที่นครมะดีนะฮฺตามที่ท่านเราะสูลุลลอฮฺได้บัญชาไว้
และเหนือสิ่งอื่นใด ท่านยังได้รับทรัพย์สินสงครามที่ยิ่งใหญ่ซึ่งประเมินค่าไม่ได้ นั่นคือคือชัยชนะที่ไร้การนองเลือดและการใช้สติปัญญาที่ไร้ขีดจำกัด ท่านคอลิดได้รวบรวมความกล้าหาญและวิถีการทูตไว้ในสถานการณ์เดียว ท่านคือ “ดาบของอัลลอฮฺที่ถูกชักออกมา” อย่างแท้จริง บางครั้งจู่โจมด้วยพละกำลัง บางครั้งด้วยวิจารณญาณ และทั้งสองสิ่งล้วนเป็นชัยชนะจากอัลลอฮฺ
ภารกิจกองทหารนี้ได้เปิดเผยอีกแง่มุมหนึ่งของท่านคอลิด นั่นคือแง่มุมของความซื่อสัตย์และความบริสุทธิ์ใจ ท่านไม่ได้ยื่นมือไปหยิบทองคำหรือผ้าไหม แม้ว่าท่านจะเป็นผู้ชนะที่มีอำนาจเหนือกว่า ซึ่งหากท่านต้องการทรัพย์สมบัติในโลกนี้ ท่านก็สามารถคว้ามันมาได้ด้วยมือของตัวเอง แต่ท่านกลับเสียชีวิตไปโดยมีทรัพย์สินเพียงเล็กน้อย นั่นคือคอลิด ดาบที่ถูกชักออกมาในสนามรบ และผู้สมถะที่ซื่อสัตย์ในสมรภูมิแห่งชีวิต และแล้วคอลิดก็ปิดฉากวันเวลาของท่านกับท่านเราะสูลุลลอฮฺด้วยชัยชนะอันเป็นอมตะ เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับช่วงเวลาใหม่ในประวัติศาสตร์ท่านยิ่งใหญ่ ช่วงเวลาที่เริ่มต้นขึ้นหลังจากการจากไปของท่านเราะสูลุลลอฮฺ
ในยุคของท่านอบูบักรฺ อัศศิดดี้ก เมื่อคาบสมุทรอาหรับสั่นสะเทือนและธงแห่งการกบฏละทิ้งศาสนาถูกชูขึ้น ดาบแห่งศรัทธาได้ถูกชักออกจากฝัก โดยมีคอลิด บินอัลวะลีด เป็นผู้นำ เพื่อก้าวเข้าสู่วันเวลาอันยิ่งใหญ่ของอิสลาม
************
สนับสนุนการทำงานของ GenFa ได้ที่ :
ธนาคารกสิกรไทย สาขานราธิวาส
เลขที่บัญชี 046-3-94417-2
ชื่อบัญชี นายอุสมาน เจะอุมา





